⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2025/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2025/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานพาเอาตัวเด็กไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่สำเร็จเมื่อจำเลยมีเจตนาพาเด็กไปโดยมุ่งประสงค์จะเอาค่าไถ่ ไม่จำเป็นต้องมีการเรียกค่าไถ่หรือได้รับค่าไถ่จริง

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานพาเอาตัวเด็กไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่นั้น ไม่จำต้องมีการได้มาซึ่งค่าไถ่หรือได้มีการเรียกค่าไถ่ เพียงแต่จำเลยมีเจตนากระทำผิดและมีเจตนาเพื่อให้ได้มา ซึ่งค่าไถ่ในการพาเอาตัวเด็กไปก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.313

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกับพวกอีกหนึ่งคนมีอาวุธติดตัวร่วมกันเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ บังอาจพรากเอาตัวเด็กชายจรูญ แซ่คู อายุ ๔ ปี ไปเสียจากบิดามารดาโดยไม่มีเหตุอันสมควร และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังเด็กชายจรูญ แซ่คู ไว้ในความควบคุมของจำเลย ทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐,๓๑๓,๓๑๗,๘๓ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์แล้ว จำเลยที่ ๓ รับสารภาพในข้อหาพรากผู้เยาว์และหน่วงเหนี่ยวกักขัง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยทั้งสามผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐,๓๑๓,๓๑๗,๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๑,๑๒ เป็นกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๑๓ ประกอบด้วยมาตรา ๙๐ จำคุกตลอดชีวิต คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณามีประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๓ จำคุกจำเลยคนละ ๓๓ ปี ๔ เดือน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยทั้งสามผิดตามฟ้อง แต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุสมควรกำหนดโทษให้เบาลง พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ ๒๐ ปี ลดโทษตามมาตรา ๗๘ คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ ๑๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันมีเจตนาเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ พรากเอาตัวเด็กชายจรูญไปเสียจากบิดามารดาโดยไม่มีเหตุอันสมควรและหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ให้ปราศจากเสรีภาพจริง ส่วนในข้อที่จำเลยฎีกาว่าหลังจากจับเด็กชายจรูญไปแล้ว โจทก์นำสืบไม่ได้ว่ามีการเรียกค่าไถ่แต่อย่างใด จึงไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้ว่า ในกรณีความผิดฐานพาเอาตัวเด็กไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่นั้นเพียงแต่จำเลยมีเจตนากระทำผิด และมีเจตนาเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ในการพาเอาตัวเด็กชายจรูญไปก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว ไม่จำต้องมีการได้มาซึ่งค่าไถ่ หรือได้มีการเรียกค่าไถ่แต่อย่างใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2025/2520 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นายสมเพียร หรือ เอียด เทพสุภา กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง · ล. - นายสมเพียร หรือ เอียด เทพสุภา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร ฟักทองพรรณ · ถนัด ลีลากุล · สุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายทิว บู่สาลี · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6320/2533ฎีกา 3204/2522ฎีกา 34/2521ฎีกา 9046/2554ฎีกา 1061/2504ฎีกา 1586/2526ฎีกา 1778-1779/2511ฎีกา 3075/2527ฎีกา 677/2529ฎีกา 3805/2526ฎีกา 1827/2520ฎีกา 332/2531ฎีกา 257/2523ฎีกา 2043/2515ฎีกา 3891/2548ฎีกา 5554/2545ฎีกา 2306/2531ฎีกา 911/2517ฎีกา 1651-1652/2528ฎีกา 7742/2542ฎีกา 5255/2534ฎีกา 2209/2521ฎีกา 476/2473ฎีกา 1173/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา