⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1093/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2522

ป.อาญา ม.137, 172 · ป.วิ.อาญา ม.134

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การอย่างไรก็ได้ หรือไม่ให้การเลยก็ได้ แม้คำให้การนั้นจะไม่เป็นความจริง ก็ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ผู้ต้องหาจะให้การอย่างใดหรือไม่ให้การเลยก็ได้ เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างใดก็ได้ แม้คำให้การของผู้ต้องหาจะไม่เป็นความจริง ก็ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่าขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วสอบสวนจดคำให้การของจำเลยไว้ ต่อมามีพยานหลักฐานว่าผู้อื่นเป็นผู้ขับรถชนผู้เสียหายมิใช่จำเลย พนักงานสอบสวนเห็นว่าคำให้การของจำเลยที่จดไว้เป็นความเท็จจึงแจ้งข้อหาจำเลยเพิ่มเติมว่าแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานดังนี้ คำให้การของจำเลยที่พนักงานสอบสวนจดไว้เป็นคำให้การในฐานะผู้ต้องหาแม้ไม่เป็นความจริง จำเลยก็ไม่มีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.172

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.172 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจนำข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาไปแจ้งต่อร้อยตำรวจเอกโสภณสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียน ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนคดีอาญาเรื่องขับรถยนต์โดยประมาทระหว่างนางสาวสุปัญจาผู้เสียหาย นายเลิศผู้ต้องหา โดยจำเลยแจ้งว่า "เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2519 เวลาประมาณ 20 นาฬิกาเศษ จำเลยได้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ห.7782 เข้าไปในซอยศิลปเดช จำเลยเห็นนางสาวสุปัญจายืนหลบรถของจำเลยอยู่ทางขอบซอยด้านซ้ายมือ แต่หลบไม่พ้นกระจกมองหลังด้านซ้ายมือของรถได้ปะทะถูกใบหน้าของนางสาวสุปัญจาถึงประเสริฐ" ซึ่งเป็นความเท็จเพราะความจริงผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าวในขณะเกิดเหตุคือนายเลิศ หรือบุญเลิศ มิใช่จำเลย ทั้งนี้เพื่อจะช่วยนายเลิศมิให้ถูกดำเนินคดี การกระทำของจำเลยทำให้นางสาวสุปัญจา ร้อยตำรวจเอกโสภณได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172 จำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อพันตำรวจตรีโสภณพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่าขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วหลบหนีไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น พนักงานสอบสวนได้สอบสวนจำเลยไว้ตามเอกสารหมาย จ.5 ต่อมาเมื่อพนักงานสอบสวนเห็นว่าพยานโจทก์ยืนยันว่านายบุญเลิศเป็นคนขับรถชนผู้เสียหาย จำเลยไม่ได้เป็นผู้ขับ พนักงานสอบสวนเห็นว่าคำให้การจำเลยตามเอกสารหมาย จ.5 เป็นความเท็จ จึงแจ้งข้อหาจำเลยเพิ่มเติมว่าแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน แล้ววินิจฉัยว่า คำให้การของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.5 เป็นคำให้การในฐานะผู้ต้องหาในคดีขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วหลบหนี ไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 ผู้ต้องหาจะให้การอย่างใดหรือไม่ให้การเลยก็ได้ เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างใดก็ได้แม้คำให้การของผู้ต้องหาจะไม่เป็นความจริง ก็ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2522 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสัมฤทธิ์ ลอยฟ้า จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายสัมฤทธิ์ ลอยฟ้า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1274/2513ฎีกา 6635/2551ฎีกา 880/2502ฎีกา 300/2501ฎีกา 3025/2526ฎีกา 16001/2557ฎีกา 1554/2521ฎีกา 8272/2553ฎีกา 1700/2548ฎีกา 5042/2549ฎีกา 4048/2528ฎีกา 3423/2548ฎีกา 11720/2555ฎีกา 1047/2514ฎีกา 2309/2558ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 9345/2558ฎีกา 5138/2537ฎีกา 581/2527ฎีกา 209/2506ฎีกา 2670/2521ฎีกา 2250/2541ฎีกา 492/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา