⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2961/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2961/2522

ย่อคำพิพากษา

จำเลยลักใบยาโดยใช้ ร.และก.ขนไปร. ก.ไม่รู้ไม่ได้ร่วมทำผิด จำเลยเป็นผู้ลักทรัพย์ ไม่ใช่ใช้ให้ร.ก.ทำผิดคำของร.ก.มีน้ำหนักให้รับฟังได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ 1ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 84 จำคุก 2 ปี จำเลยที่ 2,3ผิดตามมาตรา 357 จำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 1 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 3 จำคุก 2 ปีให้คืนหรือใช้ทรัพย์ 84,000 บาทจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "นายแก้ว นายฤทธิ์ พยานโจทก์เบิกความตรงกันว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งให้นายแก้ว นายฤทธิ์ไปขนใบยาของโจทก์ร่วมที่โกดังหนองหอย 40 ลูก โดยให้ค่าจ้างพิเศษ 2 บาทต่อใบยา1 ลูก จึงได้ไปขนตามที่สั่ง นอกจากนี้นายจันทร์พยานโจทก์ซึ่งเป็นยามเฝ้าโกดังก็เบิกความรับกันว่าเห็นนายฤทธิ์ นายแก้วเป็นผู้ขนใบยาขึ้นรถ40 ลูก มีนายเสน่ห์เป็นคนขับรถบรรทุกใบยาทั้งหมดไป เห็นว่านายแก้วนายฤทธิ์เป็นเพียงคนงาน ถ้าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้าไม่ได้เป็นผู้สั่ง คงไม่กล้าเอาใบยาออกจากโกดังบรรทุกขึ้นรถจำนวนมากเช่นนี้ คำของนายแก้ว นายฤทธิ์มิใช่ผู้ร่วมกระทำผิด มีน้ำหนักให้รับฟัง ได้ความจากนายฤทธิ์ต่อไปว่าได้ติดรถบรรทุกไปที่โกดังบริษัทใบยาเอเซียอาคเนย์ จำกัดพบจำเลยที่ 2 และเป็นผู้สั่งให้นำใบยาทั้ง 40 ลูกลง เป็นผู้ดึงป้ายของโจทก์ร่วมที่ติดอยู่กับลูกยาออกทั้งหมด นอกจากนี้ได้ความจากนายจันทร์ พยานโจทก์ว่าหลังเกิดเหตุ 2 วัน จำเลยที่ 2 ไปพบนายจันทร์สั่งนายจันทร์ให้ไปพบจำเลยที่ 2 ที่บ้านแล้วให้เงินนายจันทร์ 3,000 บาท โดยบอกว่าให้เอาไว้ใช้ ไม่มีเหตุผลที่จำเลยที่ 2 จะจ่ายเงินให้นายจันทร์จำนวนมากเช่นนี้ถ้าไม่ใช่เรื่องต้องการจะปิดปากนายจันทร์ ทั้งในชั้นสอบสวน จำเลยที่ 1ก็ให้การรับสารภาพ พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้มั่นคงว่า จำเลยที่ 1 ลักทรัพย์ของโจทก์ร่วม โดยใช้ให้นายฤทธิ์ นายแก้วเป็นผู้ขนทรัพย์รายนี้ดังโจทก์ฟ้อง และจำเลยที่ 2 ได้รับทรัพย์นั้นไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นของร้ายข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสองที่อ้างว่ายอมรับสารภาพเพราะจำเลยที่ 1 ถูกทำร้ายและจำเลยที่ 2 ถูกขู่ว่าจะทำร้าย นายแก้ว นายฤทธิ์มีสาเหตุโกรธเคืองกันและนายจันทร์เป็นคนของโจทก์ร่วม ไม่น่ารับฟังไม่สามารถหักล้างพยานโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ที่ศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 ด้วยนั้น ยังไม่ถูกต้องเพราะจำเลยที่ 1มิใช่เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นลักทรัพย์ของโจทก์ร่วม" ฯลฯ "พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2961/2522 อัยการเชียงใหม่ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ บ.จ.ก. ไซแอมโทแบคโค เอกซ์ปอร์ต คอร์ปอเรชั่น โจทก์ นายเถิง ทรายมูล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการเชียงใหม่ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - บ.จ.ก. ไซแอมโทแบคโค เอกซ์ปอร์ต คอร์ปอเรชั่น · จำเลย - นายเถิง ทรายมูล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพบูลย์ ไวกาสี · วิทูร เทพพิทักษ์ · ศิริ จีระมะกร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 880/2502ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 712/2559ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 2907/2526ฎีกา 1149/2536ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 4519/2544ฎีกา 915/2478ฎีกา 2429/2551ฎีกา 2414/2551ฎีกา 1172/2510ฎีกา 3361/2536ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 10821/2555ฎีกา 5253/2549ฎีกา 637/2481ฎีกา 1134/2550ฎีกา 386/2529ฎีกา 786/2519ฎีกา 1214/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา