คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1892/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะสั่งคืนของกลางที่ศาลสั่งริบนั้น ผู้ขอจะต้องเป็นเจ้าของที่แท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด หากจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ศาลก็ไม่อาจสั่งคืนของกลางให้ได้
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลจะสั่งคืนของกลางที่ศาลสั่งริบนั้นจะต้องปรากฏว่าผู้ขอเป็นเจ้าของที่แท้จริง และมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดเสียเองศาลก็สั่งคืนของกลางให้ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นให้งดการไต่สวน แล้วสั่งยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า
1. กฎหมายไม่ได้ห้ามจำเลยขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบ
2. จำเลยทราบเมื่อศาลพิพากษาแล้วว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิด จำเลยมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดมาแต่ต้น จึงขอพิสูจน์ความจริงต่อศาลได้
3. การนำของป่าเคลื่อนที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ริบยานพาหนะที่ใช้บรรทุก
พิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 2 ข้อ 3 ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าจำเลยกระทำความผิดและริบรถยนต์ของกลาง จำเลยจะโต้เถียงในชั้นขอคืนของกลางให้รับฟังเป็นอย่างอื่นหาได้ไม่ สำหรับฎีกาข้อ 1 แม้มาตรา 36 แห่งประมวลกฎหมายอาญาจะไม่ได้บัญญัติโดยตรงห้ามจำเลยขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบก็ตาม แต่การที่ศาลจะสั่งคืนได้จะต้องปรากฏว่า ผู้ขอเป็นเจ้าของที่แท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ก็เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ศาลก็สั่งคืนรถยนต์ของกลางให้ไม่ได้ ไม่จำต้องไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 ต่อไป"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1892/2523
อัยการหล่มสัก โจทก์
นายสังเวียน เสาดี กับพวก จำเลย
นายสังเวียน เสาดี ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการหล่มสัก · จำเลย - นายสังเวียน เสาดี กับพวก · ผู้ร้อง - นายสังเวียน เสาดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อัมพล สุวรรณภักดี · ชุบ วีระเวคิน · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา