⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 672/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เช่าซื้อผิดสัญญา ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิริบค่าเช่าซื้อที่ได้รับไว้และเข้าครอบครองทรัพย์สินคืนเท่านั้น จะเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระอีกไม่ได้ แต่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าใช้ทรัพย์สินตลอดเวลาที่ผู้เช่าซื้อครอบครองอยู่

ย่อคำพิพากษา

ยอดเงินที่ต้องชำระครั้งแรกกับยอดเงินค่าเช่าซื้อที่ผ่อนชำระรายเดือนรวมกันแล้วเท่ากับยอดเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อ แสดงว่าเงินสองจำนวนดังกล่าวต่างก็เป็นเงินค่าเช่าซื้อทั้งสิ้น เมื่อจำเลยผู้เช่าซื้อผิดสัญญา โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเพียงริบค่าเช่าซื้อที่ได้รับไว้กับเข้าครอบครองทรัพย์ จะเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระด้วยไม่ได้คงมีสิทธิได้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าที่จำเลยใช้ทรัพย์ที่เช่าซื้อตลอดเวลาที่ครอบครองอยู่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์จากโจทก์ราคา 421,400 บาท จะต้องจ่ายเงินดาวน์ในวันทำสัญญา 80,000 บาทกับอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 30,000 บาท รวมเป็น 140,000 บาท แต่จำเลยที่ 1ชำระเงินดาวน์เพียง 30,000 บาท จึงค้างอยู่อีก 110,000 บาท จำเลยที่ 2เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้ผิดสัญญาเช่าซื้อ โจทก์ยึดรถคืนไปให้ผู้อื่นเช่าซื้อแล้ว จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันและโจทก์ได้ยึดรถคืนไปให้ผู้อื่นเช่าซื้อแล้ว จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาเช่าซื้อเลิกกันและโจทก์ได้ยึดรถแทรกเตอร์คืนมาจากจำเลยที่ 1 แล้ว โจทก์จึงฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1ปฏิบัติตามสัญญาเช่าซื้อที่เลิกกันแล้วไม่ได้ เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันก็ไม่ต้องรับผิดด้วย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระเงินครั้งแรกแก่โจทก์โจทก์ฟ้องเรียกเงินดังกล่าวได้ แต่เงินดังกล่าวมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ และมีจำนวนสูงเกินควรเห็นสมควรลดลงเหลือ 10,000 บาท พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ โจทก์ฎีกาว่าจำเลยจะต้องชำระให้แก่โจทก์ 110,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระครั้งแรกให้แก่โจทก์ตามสัญญาแต่ยังไม่ได้ชำระ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาเช่าซื้อตกลงให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ทั้งสิ้นเป็นเงิน 421,400 บาท โดยชำระครั้งแรกเป็นเงิน 140,000บาท และแบ่งชำระเป็น 3 งวด หลังจากนั้นจึงชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือนอีก 30 เดือนเป็นเงิน 281,400 บาท ยอดเงินที่ต้องชำระครั้งแรกกับยอดเงินค่าเช่าซื้อที่ผ่อนชำระรายเดือนรวมกันแล้วเท่ากับยอดเงินค่าเช่าซื้อทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อ แสดงว่าเงินสองจำนวนดังกล่าวต่างก็เป็นเงินค่าเช่าซื้อทั้งสิ้น จึงเห็นเจตนาของคู่กรณีว่าประสงค์จะแบ่งชำระค่าเช่าซื้อเป็นสองช่วงโดยผ่อนชำระเงินซึ่งต้องชำระครั้งแรก 3 งวด แล้วจึงชำระรายเดือนต่อไปอีก30 เดือน เมื่อจำเลยผู้เช่าซื้อผิดสัญญา โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเพียงริบค่าเช่าซื้อที่ได้รับไว้กับเข้าครอบครองทรัพย์ จะเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างด้วยไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 672/2524 นายสืบศักดิ์ โฆษิตานนท์ โจทก์ นายสมศักดิ์ มาละวัน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสืบศักดิ์ โฆษิตานนท์ · จำเลย - นายสมศักดิ์ มาละวัน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณพ กองวารี · ปรีชา สุมาวงศ์ · อำนวย อินทุภูติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2996/2531ฎีกา 3796/2540ฎีกา 7022/2552ฎีกา 2763/2551ฎีกา 1609-1610/2519ฎีกา 472/2526ฎีกา 770/2486ฎีกา 2821/2522ฎีกา 560/2553ฎีกา 4015/2528ฎีกา 2409/2551ฎีกา 8477/2540ฎีกา 1339/2536ฎีกา 3601/2538ฎีกา 4873/2528ฎีกา 5434/2536ฎีกา 3010/2543ฎีกา 8021/2549ฎีกา 615/2531ฎีกา 3295/2533ฎีกา 292/2518ฎีกา 1567/2513ฎีกา 3408/2530ฎีกา 1123/2514
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา