คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1616/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อส่วนตัว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
คดีความผิดต่อส่วนตัวซึ่งผู้เสียหายมีสิทธิถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความได้ก่อนคดีถึงที่สุดนั้น เมื่อจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์แล้ว โจทก์มิได้แถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกผู้เสียหายมาเพื่อสอบถาม ผู้เสียหายก็ไม่มา ศาลชั้นต้นออกหมายจับผู้เสียหายก็จับไม่ได้ ในที่สุดศาลชั้นต้นจึงไต่สวนพยานจำเลย จำเลยนำพยานมาสืบยืนยันว่าจำเลยได้ชำระเงินให้ผู้เสียหายและผู้เสียหายได้ลงชื่อในคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์จริงเมื่อผู้เสียหายไม่ยอมมาศาลและปฏิเสธว่าตนมิได้ลงชื่อในคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ข้อเท็จจริงก็ต้องฟังว่าผู้เสียหายได้ลงชื่อในคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ตามที่จำเลยนำมายื่นต่อศาลจริงเมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวน ๒๑,๐๐๐ บาท และ ๗๕,๐๐๐ บาท มอบให้แก่นางสาวเรณูผู้เสียหายเพื่อเป็นการชำระหนี้ ผู้เสียหายนำเช็คทั้งสองฉบับดังกล่าวเข้าบัญชีของผู้เสียหายเพื่อเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ ลงโทษจำคุกทั้งสองกระทง
จำเลยอุทธรณ์
ในระหว่างอุทธรณ์จำเลยยื่นคำร้องว่า ผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์แล้วปรากฏตามคำร้องของผู้เสียหาย ขอให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องไปยังศาลอุทธรณ์ เพื่อจำหน่ายคดี
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้สอบโจทก์ และออกหมายเรียกผู้เสียหายมาศาลเพื่อสอบถามในที่สุดไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาศาล ศาลชั้นต้นจึงให้ส่งคำร้องของจำเลยไปยังศาลอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ส่งสำนวนคืนไปยังศาลชั้นต้นเพื่อให้ดำเนินการให้ผู้เสียหายยืนยันในการถอนคำร้องทุกข์ และคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์เสียก่อน
ศาลชั้นต้นไม่อาจสอบผู้เสียหายได้ จึงส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ให้ยกคำร้องของจำเลย แล้วพิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ในระหว่างฎีกาศาลชั้นต้นออกหมายจับผู้เสียหายแต่ก็จับไม่ได้ และได้ไต่สวนตามคำร้องของจำเลยว่าผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์แล้วจริงหรือไม่ แล้วส่งสำนวนมายังศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว ซึ่งผู้เสียหายมีสิทธิถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความได้ก่อนคดีถึงที่สุด จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์แล้วปรากฏตามคำร้องของผู้เสียหายลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๒๓ ซึ่งมีใจความว่าผู้เสียหายไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไป เพราะตกลงกันได้แล้วจึงขอถอนคำร้องทุกข์ ขอศาลได้โปรดอนุญาต ลงชื่อเรณู ศักดิ์สูง ผู้เสียหายผู้ร้องโจทก์มิได้แถลงคัดค้านประการใด ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกผู้เสียหายมาเพื่อสอบถามผู้เสียหายก็ไม่มา ศาลชั้นต้นออกหมายจับผู้เสียหายก็จับไม่ได้ ในที่สุดศาลชั้นต้นจึงไต่สวนพยานจำเลย จำเลยอ้างตนเองและนายบุญเรือน ผาสุข ภริยาจำเลยเป็นพยานเบิกความยืนยันว่า จำเลยได้ชำระเงินให้ผู้เสียหาย และผู้เสียหายได้ลงชื่อในคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์จริง เมื่อผู้เสียหายไม่ยอมมาศาลและปฏิเสธว่าตนมิได้ลงชื่อในคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ ข้อเท็จจริงก็ต้องฟังว่าผู้เสียหายได้ลงชื่อในคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ตามที่จำเลยนำมายื่นต่อศาลจริง เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙
จึงให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1616/2525
พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์
นายเอื้อน ผาสุข จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี · จำเลย - นายเอื้อน ผาสุข |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศักดิ์ สนองชาติ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายจรัญ หัตถกรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา