⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2027/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2027/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 และเมื่อการกระทำเป็นความผิดตามมาตรา 172 แล้ว ย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรา 137 อีก

ย่อคำพิพากษา

รถยนต์บรรทุกชนรถยนต์โดยสารตู้บนทางหลวง เป็นเหตุให้บุตรโจทก์และผู้อื่นในรถยนต์โดยสารตู้ถึงแก่ความตาย จำเลยซึ่งเป็นตำรวจทางหลวงได้ขับรถปฏิบัติหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุหลังจากเกิดเหตุแล้ว และมิได้เห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุรถชนกัน การที่จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า จำเลยเห็นเหตุการณ์ขณะที่รถชนกัน โดยขณะเกิดเหตุจำเลยขับรถวิทยุตำรวจทางหลวงตามหลังรถบรรทุกมา และได้เห็นรถโดยสารตู้พุ่งชนรถบรรทุกในช่องทางเดินรถของรถบรรทุกจึงเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนซึ่งอาจทำให้โจทก์เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 172 ซึ่งเป็นบทบัญญัติเฉพาะแล้ว ย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรา137ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานทั่วๆ ไปอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าได้ร่วมกันกระทำผิดกฎหมาย โดยจำเลยที่ ๑ที่ ๒ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน โดยจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่เห็นเหตุการณ์ที่รถยนต์ชนกัน แต่ได้อ้างต่อจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนว่าเห็นเหตุการณ์ขณะรถยนต์ชนกันโดยชี้จุดที่รถยนต์ชนกันให้จำเลยที่ ๓ ดู ซึ่งไม่ตรงกับจุดที่รถยนต์ชนกันจริง และต่อมาจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่จำเลยที่ ๓ ว่าก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถตามหลังรถยนต์บรรทุกมา เห็นรถยนต์โดยสารตู้แล่นแซงรถอื่นเข้าไปชนกับรถยนต์บรรทุกในเส้นทางรถของรถยนต์บรรทุก ซึ่งความจริงจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๕๗, ๑๗๒, ๑๘๙, ๘๓, ๙๐, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๕ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ให้การปฏิเสธ ต่อมาโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๗, ๑๗๒ ให้ลงโทษบทหนักที่สุดตามมาตรา ๑๗๒ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ และมาตรา ๑๗๒ ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองหาได้เห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุรถชนกันไม่ การที่จำเลยทั้งสองกล่าวอ้างและให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า จำเลยทั้งสองเห็นเหตุการณ์ขณะที่รถชนกัน จึงเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน และการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าวอาจทำให้โจทก์ผู้เป็นบิดาของนางเสาวลักษณ์และนางสุภาพรรณผู้ตายซึ่งถึงแก่ความตายเนื่องจากเหตุรถชนกันดังกล่าวได้รับความเสียหายได้ การกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒ เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา ๑๗๒ อันเป็นบทบัญญัติเฉพาะแล้วย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๑๓๗ ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานทั่ว ๆ ไปอีก พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๒ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2027/2526 นายจันทร์ จันทนาวิวัฒน์ฯ โจทก์ สิบตำรวจเอกชูชาติ จารุสวัสดิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจันทร์ จันทนาวิวัฒน์ฯ · จำเลย - สิบตำรวจเอกชูชาติ จารุสวัสดิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท · นิยม ติวุตานนท์ · ศักดิ์ สนองชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุรวิทย์ หิรัญคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายประชา บุญวนิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1274/2513ฎีกา 3025/2526ฎีกา 13725/2553ฎีกา 2673/2527ฎีกา 88/2536ฎีกา 1329/2529ฎีกา 1076/2551ฎีกา 4048/2528ฎีกา 1047/2514ฎีกา 284/2507ฎีกา 2803/2535ฎีกา 1499/2531ฎีกา 237/2543ฎีกา 5138/2537ฎีกา 605/2546ฎีกา 13537/2553ฎีกา 581/2527ฎีกา 209/2506ฎีกา 2839/2541ฎีกา 1370/2505ฎีกา 957/2518ฎีกา 8815/2554ฎีกา 492/2509ฎีกา 2187/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา