คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของอันแท้จริงซึ่งไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ขอให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบตาม ป.อ. ม.36 ต้องยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 1 ปี นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด
ย่อคำพิพากษา
เจ้าของร่วมในทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบ และไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ขอให้กันส่วนของตนให้กึ่งหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นกรณีที่เจ้าของอันแท้จริงขอให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบตาม ป.อ. ม.36. จึงต้องกระทำต่อศาลภายใน 1 ปี นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด มิใช่ภายใน 14 วัน นับแต่วันขายทอดตลาดเพราะการขายทอดตลาดทรัพย์สินของกลางที่ถูกริบในคดีอาญา หาใช่เป็นการขายทอดตลาดทรัพย์สินในการบังคับคดีตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลยและริบรถแทรกเตอร์ 2 คันของกลาง ผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาจำเลยที่ 3 ร้องขอให้กันส่วนของผู้ร้องครึ่งหนึ่งในรถแทรกเตอร์ 1 คันของจำเลยที่ 3 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2522 ผู้ร้องยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2523 ล่วงเลยกำหนดเวลาตามกฎหมายแล้ว ให้ยกคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ผู้ร้องฎีกาว่าตามคำร้องของผู้ร้องเป็นกรณีที่ผู้ร้องขอกันส่วนในเงินที่ขายทอดตลาดทรัพย์สินของกลางได้ไม่ใช่กรณีร้องขอของกลางคืน จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 หากแต่ต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับ กล่าวคือ ต้องยื่นภายในเวลาสิบสี่วันนับแต่วันที่ขายทอดตลาดทรัพย์สินของกลาง คดีนี้ทรัพย์สินของกลางถูกขายทอดตลาด เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2523 ผู้ร้องมายื่นคำร้องเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2523 ยังไม่เกินสิบสี่วัน จึงมีอำนาจที่จะยื่นได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบและไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ขอให้กันเงินส่วนของตนให้กึ่งหนึ่งนั้น ก็ถือได้ว่าเป็นกรณีที่เจ้าของอันแท้จริงขอให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 นั่นเอง ซึ่งได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่าจะต้องกระทำต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุดจะนำเอาบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับดังผู้ร้องฎีกาหาได้ไม่ เพราะการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นเรื่องของการบังคับคดีในทางแพ่ง แต่การขายทอดตลาดทรัพย์สินของกลางที่ถูกริบในคดีอาญา หาใช่เป็นการขายทอดตลาดทรัพย์สินในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5/2526
อัยการสุพรรณบุรี โจทก์
นายวิชัย ทับทิมเถื่อน กับพวก จำเลย
นางน้อมจิตร ประถมทอง ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการสุพรรณบุรี · จำเลย - นายวิชัย ทับทิมเถื่อน กับพวก · ผู้ร้อง - นางน้อมจิตร ประถมทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พินิจ สังขนันท์ · อุดม บรรลือสินธุ์ · ปรานอม มหรรณพ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา