⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1859/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1859/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เครื่องรับโทรทัศน์ที่ใช้เปิดให้ลูกค้าชมการแข่งขันมวย ไม่ถือเป็นเครื่องมือหรือเครื่องใช้ในการท้าพนันผลการแข่งขัน หากผู้ที่ชมการแข่งขันโดยไม่เล่นการพนันมีอยู่เป็นจำนวนมาก

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเป็นเจ้าของร้านค้า ในวันเสาร์วันอาทิตย์จะยกเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางจากชั้นบนลงมาเปิดบริการลูกค้าที่ชั้นล่าง เพื่อให้ลูกค้าดูรายการมวย จะฟังว่าเพื่อสนับสนุนให้จำเลยเล่นการพนันกันหาได้ไม่ ผู้ที่ดูมวยโดยไม่เล่นการพนันมีอยู่ไม่น้อย โทรทัศน์ของกลางจึงไม่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการท้าพนันผลการแข่งขันการชกมวยต้องคืนแก่ผู้ร้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนันฯ และสั่งริบเครื่องรับโทรทัศน์ 1 เครื่องของกลาง ผู้ร้องร้องขอคืนของกลาง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางให้แก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ตามที่ผู้ร้องนำสืบข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของเครื่องรับโทรทัศน์ของกลาง โดยซื้อมาจากห้างหุ้นส่วนจำกัดวังบูรพาสเตริโอ ปรากฏตามเอกสารหมาย ร.1 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดกับจำเลยหรือไม่ ผู้ร้องนำสืบว่าในวันเสาร์ วันอาทิตย์ จะยกเครื่องรับโทรทัศน์จากชั้นบนลงมาเปิดบริการลูกค้าที่ชั้นล่าง ลูกค้ามาดูมวยกันมากทำให้การค้าดี ที่ผู้ร้องยกเครื่องรับโทรทัศน์ลงมาเปิดให้ลูกค้าดูรายการมวย จะฟังว่าเพื่อสนับสนุนให้จำเลยเล่นการพนันกันดังที่โจทก์ฎีกามาหาได้ไม่ เพราะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวในสำนวน มวยเป็นกีฬาประจำชาติไทยอย่างหนึ่ง มีวงการต่าง ๆ รวมทั้งรัฐบาลเองให้การสนับสนุน ผู้ที่ดูมวยโดยไม่เล่นการพนันมีอยู่ไม่น้อย แม้จะมีพวกที่นิยมเล่นการพนันอยู่บ้าง ก็จะนำมาเป็นเครื่องชี้ถึงเจตนาของผู้ร้องว่าเพื่อสนับสนุนให้เล่นการพนันกันดังฎีกาของโจทก์หาได้ไม่ เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับผู้ที่เล่นการพนันมวยที่ร้านของผู้ร้องก็มิได้จับผู้ร้องไปดำเนินคดีในข้อหาจัดให้มีการเล่นการพนันหรือเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำผิด ผู้ร้องมิได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยเกี่ยวกับการกระทำผิดครั้งนี้หากผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด เชื่อว่าจะต้องถูกจับและดำเนินคดีด้วย เพราะเป็นเจ้าของร้านที่เกิดเหตุ และเป็นเจ้าของเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางที่เจ้าพนักงานยึดไป คดีนี้โจทก์มิได้นำพยานมาสืบหักล้างแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงที่กล่าวอ้างยกเป็นเหตุฎีกาไม่มีฝ่ายใดนำสืบถึงไว้ เป็นเรื่องที่โจทก์คาดคิดเอาเองทั้งสิ้น ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1859/2527 อัยการกรมอัยการ โจทก์ นายหนู สำเนา กับพวก จำเลย นางวัชรี ลัทธิประสาตร์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายหนู สำเนา กับพวก · ผู้ร้อง - นางวัชรี ลัทธิประสาตร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ บุญเลี้ยง · อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา