⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3237/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3237/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้การต่อสู้คดีว่าถูกกลฉ้อฉลสำคัญผิดในวัตถุแห่งนิติกรรม ถือเป็นการบอกล้างโมฆียะกรรมแล้ว

ย่อคำพิพากษา

มาตรา 137 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เดิมถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์(ฉบับที่ 8) พ.ศ.2519 มาตรา 4 สามีไม่มีสิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมที่ภรรยาเป็นผู้กระทำไว้ สิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมเป็นของภรรยาผู้ได้ทำการแสดงเจตนาโดยวิปริต กฎหมายมิได้กำหนดแบบการบอกล้างโมฆียะกรรมไว้ การที่จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยทำเอกสารดังกล่าวเพราะถูกกลฉ้อฉลสำคัญผิดในวัตถุแห่งนิติธรรมจึงไม่ผูกพันจำเลยโจทก์ไม่มีอำนาจนำเอกสารดังกล่าวมาฟ้องจำเลย ขอให้ยกฟ้อง คำให้การดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการบอกล้างโมฆียะกรรมแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.121 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2519 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน มารดายกที่พิพาทให้จำเลย เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2523 จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง ต่อมาโจทก์แจ้งให้จำเลยแบ่งที่พิพาทให้โจทก์จำเลยเพิกเฉยขอให้ศาลบังคับจำเลยแบ่งที่พิพาทครึ่งหนึ่งแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า มารดายกที่พิพาทให้จำเลยและสามีจำเลยตั้งแต่ พ.ศ. 2510จำเลยและสามีครอบครองที่พิพาทในฐานะเจ้าของตลอดมา จำเลยได้ขอให้เจ้าพนักงานออก น.ส.3 ก. เมื่อ พ.ศ. 2519 จำเลยลงลายพิมพ์นิ้วมือในสัญญาประนีประนอมยอมความเพราะถูกกลฉ้อฉล สำคัญผิดในวัตถุแห่งนิติกรรมต่อมาสามีจำเลยได้บอกล้างนิติกรรมแล้ว สัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่ผูกพันจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่ถูกกลฉ้อฉล พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่พิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยลงลายมือชื่อในสัญญาแบ่งที่พิพาทโดยถูกกลฉ้อฉล สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆียะกรรม และสามีจำเลยได้บอกล้างแล้ว พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มารดาโจทก์จำเลยยกที่พิพาทให้จำเลยแล้วจำเลยลงลายพิมพ์นิ้วมือในสัญญาแบ่งที่พิพาทเพราะกลฉ้อฉลของโจทก์กับพวก สัญญาแบ่งที่พิพาทเป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 121 เนื่องจากมาตรา 137 วรรคสองถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2519 มาตรา 4 สามีจำเลยจึงไม่มีสิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมที่จำเลยเป็นผู้กระทำไว้ สิทธิบอกล้างโมฆียะกรรมจึงเป็นของจำเลยผู้ได้ทำการแสดงเจตนาโดยวิปริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137 และการบอกล้างโมฆียะกรรมนั้นกฎหมายมิได้กำหนดหรือบังคับว่าจะต้องทำตามแบบพิธีอย่างใด เมื่อจำเลยถูกฟ้องคดีนี้จำเลยจึงทราบว่าจำเลยพิมพ์ลายนิ้วมือในเอกสารหมาย จ.3 หรือ ล.4 เพราะถูกโจทก์กับพวกทำกลฉ้อฉล จำเลยจึงให้การต่อสู้ว่า จำเลยทำเอกสารดังกล่าวเพราะถูกกลฉ้อฉลสำคัญผิดในวัตถุแห่งนิติกรรม จึงไม่ผูกพันจำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจนำเอกสารดังกล่าวมาฟ้องจำเลย ขอให้ยกฟ้อง คำให้การของจำเลยดังกล่าวย่อมถือได้ว่าเป็นการบอกล้างโมฆียะกรรม หนังสือสัญญาแบ่งที่ดินเอกสารหมาย จ.3หรือ ล.4 จึงเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 138โจทก์จะอาศัยเอกสารดังกล่าวมาเป็นมูลฟ้องจำเลยหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3237/2527 นางคำหม่อน แก้วศิลป์ โจทก์ นางเฉลิม โสมจำปา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางคำหม่อน แก้วศิลป์ · จำเลย - นางเฉลิม โสมจำปา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1950/2518ฎีกา 635/2484ฎีกา 1561/2520ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 623/2529ฎีกา 662/2473ฎีกา 541/2509ฎีกา 247/2501ฎีกา 119-120/2507ฎีกา 819/2500ฎีกา 866/2493ฎีกา 114/2488ฎีกา 920/2480ฎีกา 40/2516ฎีกา 5334/2533ฎีกา 1479/2523ฎีกา 901/2498ฎีกา 1523-1524/2528ฎีกา 620/2508ฎีกา 626/2474ฎีกา 1407/2513ฎีกา 137/2513ฎีกา 937/2490ฎีกา 1906/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา