คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3325/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาถึงที่สุดในคดีริบทรัพย์ หมายถึงคำพิพากษาที่ไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกา และให้ถือว่าคำพิพากษาถึงที่สุดนับแต่วันที่ครบกำหนดอุทธรณ์หรือฎีกา
ย่อคำพิพากษา
เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้กับผู้ร้องในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ จำเลยให้การรับสารภาพ ผู้ร้องให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสั่งในวันที่ 4 กันยายน 2524 ให้โจทก์แยกฟ้องผู้ร้องเป็นคดีใหม่ และในวันเดียวกัน พิพากษา ลงโทษจำเลย ริบไม้และรถยนต์บรรทุกของกลาง โจทก์ฟ้อง ผู้ร้องเป็นคดีใหม่เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2524ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่ยกฟ้องโจทก์เมื่อวันที่28 กุมภาพันธ์ 2526 คำว่าวันคำพิพากษาถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 หมายความถึงคำพิพากษา ในคดีที่ ศาลมีคำสั่งให้ริบทรัพย์ เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาและมีคำสั่งให้ริบทรัพย์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2524โดยไม่มีการอุทธรณ์ คำพิพากษาจึงถึงที่สุดตั้งแต่วันที่22 กันยายน 2524 ผู้ร้องมายื่นคำร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2526 จึงเป็นการยื่นภายหลังวันที่คำพิพากษาคดีนี้ถึงที่สุดแล้วเกิน 1 ปี คำร้องจึงต้องห้ามตาม มาตรา 36
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของผู้ร้องแล้วเห็นว่า คดียังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นเจ้าของ รถยนต์ที่ศาลสั่งริบ และผู้ร้องยื่นคำร้องเกิน 1 ปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้กับผู้ร้องในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้และขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินซึ่งรวมถึงรถยนต์บรรทุกของกลางนี้ด้วยจำเลยให้การรับสารภาพ ส่วนผู้ร้องให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นจึงสั่งเมื่อวันที่ 4 กันยานยน2524 ให้โจทก์แยกฟ้องผู้ร้องเป็นคดีใหม่ และในวันเดียวกันนั้นพิพากษาว่าจำเลยคดีนี้มีความผิดตามฟ้อง ให้จำคุก 1 เดือน ปรับ 500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ริบไม้และรถยนต์บรรทุกของกลางโจทก์จึงมาฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยใหม่เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2524 ตามคดีหมายเลขดำที่ 1383/2524 หมายเลขแดงที่ 1782/2524 คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง โดยมิได้สั่งในเรื่องรถยนต์ของกลาง ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2526 ต่อมาวันที่ 8 มีนาคม2526 ผู้ร้องจึงมายื่นคำร้องขอคืนของกลางในคดีนี้
ปัญหาวินิจฉัยมีว่า คำร้องของผู้ร้องต้องห้ามหรือไม่ เห็นว่าการขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ซึ่งเจ้าของมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด ย่อมมีสิทธิขอคืนต่อศาลได้ภายใน 1 ปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุดนั้น คำว่า "วันคำพิพากษาถึงที่สุด" ย่อมหมายความถึงคำพิพากษาในคดีที่ศาลมีคำสั่งให้ริบทรัพย์เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาและมีคำสั่งให้ริบทรัพย์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2524 โดยไม่มีการอุทธรณ์ คำพิพากษาจึงถึงที่สุดตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2524 ซึ่งเป็นวันอังคาร ผู้ร้องมายื่นคำร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2526 จึงเป็นการยื่นภายหลังวันที่คำพิพากษาคดีนี้ถึงที่สุดแล้วเกิน 1 ปี คำร้องของผู้ร้องจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 36 ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1063/2521 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี โจทก์ นายเอื้อม อิทเสน กับพวกจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นอ้าง ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีมาชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3325/2527
อัยการหนองคาย โจทก์
นายประเสริฐ หาดเกลี้ยง จำเลย
นางคำหวัน สมชัย ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการหนองคาย · จำเลย - นายประเสริฐ หาดเกลี้ยง · ผู้ร้อง - นางคำหวัน สมชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา