คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2165/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้นับโทษต่อ จะต้องเป็นคดีที่ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำขอให้นับโทษต่อ เพราะคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อนั้น ศาลยังไม่ได้พิพากษา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา และปรากฏว่าคดีดังกล่าวศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้วจริง ดังนี้ ศาลฎีกาพิพากษาให้นับโทษต่อได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343, 83 และนับโทษต่อจากคดีอีก 3 สำนวน จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดี 3 สำนวนตามฟ้องจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 83 จำคุก 4 ปีให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 67,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสาม คำขอให้นับโทษต่อให้ยกเพราะคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อนั้นศาลยังไม่ได้พิพากษาศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอื่นอีกสามสำนวนตามที่โจทก์ขอมาท้ายฟ้อง โดยอ้างว่าสำนวนคดีดำทั้งสามนั้นศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยแล้วเป็นคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3330/2526, 3331/2526 และ 3332/2526 ของศาลชั้นต้นตามลำดับ จำเลยมิได้แก้ฎีกาปฏิเสธข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงฟังได้ว่าคดีดังกล่าวศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้วจริง ศาลฎีกาจึงมีอำนาจให้นับโทษต่อกันได้
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อกันกับโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3330/2526, 3331/2526 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2165/2528
อัยการศรีสะเกษ โจทก์
นายปริญญา พิชญากูล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการศรีสะเกษ · จำเลย - นายปริญญา พิชญากูล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา