คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2166/2528
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในคดีหนึ่งและคดีอื่นในวันเดียวกัน ถือว่าความปรากฏต่อศาลและคู่ความชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยถูกลงโทษในคดีอื่นแล้ว ศาลจึงพิพากษาให้นับโทษต่อกันได้โดยไม่ต้องให้โจทก์แถลงซ้ำ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยและขอให้นับโทษต่อจากคดีดำคดีอื่น.ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้และในคดีดำคดีอื่นในวันเดียวกัน. ถือได้ว่าความปรากฏต่อศาลและคู่ความชัดแจ้งแล้วว่าคดีดำคดีอื่นนั้นศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้วโดยไม่จำต้องให้โจทก์แถลงต่อศาลซ้ำอีก. ศาลย่อมพิพากษาให้นับโทษต่อกันได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343, 83และจำเลยเป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2669/2526, 2670/2526และ 2671/2526 ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีทั้งสามสำนวนดังกล่าวด้วย
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นคนเดียวกันกับจำเลยในคดีทั้งสามสำนวนดังกล่าว
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 83 ให้จำคุก 4 ปี และให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2669/2526, 2670/2526 และ 2671/2526 ของศาลชั้นต้น
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เว้นแต่ไม่นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาอีกสามสำนวนของศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ปัญหาในชั้นฎีกามีว่าจะนับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอีกสามสำนวนของศาลชั้นต้นได้หรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วปรากฏว่าตามสำนวนคดีนี้เป็นคดีหมายเลขแดงที่ 3336/2526 ของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นหมายเลขคดีแดงที่ต่อจากคดีอีกสามสำนวนดังกล่าว และตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีนี้ก็ให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอีกสามสำนวนที่โจทก์ขอมาท้ายฟ้อง เพียงแต่ระบุหมายเลขคดีดำซึ่งจำเลยก็มิได้โต้เถียงว่าไม่ใช่หมายเลขคดีแดงดังที่โจทก์อ้างมาในฎีกาตามพฤติการณ์จึงเห็นได้ว่าศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้กับในคดีอีกสามสำนวนนั้นติดต่อกันไป ฉะนั้น เมื่อศาลชั้นต้นจะอ่านคำพิพากษาคดีนี้ โจทก์ย่อมไม่อาจแถลงต่อศาลชั้นต้นได้ว่าคดีอีกสามสำนวนนั้นมีหมายเลขคดีแดงที่เท่าใด ถือได้ว่าความปรากฏต่อศาลและคู่ความชัดแจ้งแล้วว่าคดีอีกสามสำนวนนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้วโดยไม่จำต้องให้โจทก์แถลงต่อศาลซ้ำอีก ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นับโทษจำเลยติดต่อกันจึงชอบแล้ว
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3329/2526, 3330/2526 และ 3331/2526 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2166/2528
พนักงานอัยการ จังหวัด ศรีสะเกษ โจทก์
นาย ปริญญา หรือ ขุน พิชญา กู ล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ศรีสะเกษ · จำเลย - นาย ปริญญา หรือ ขุน พิชญา กู ล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา