⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2277/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2277/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 อนุญาตให้ผู้ขอนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมได้เฉพาะข้อที่ว่าตนเป็นคนยากจนเท่านั้น หากปัญหาเรื่องมูลคดีได้ยุติไปแล้วตามคำสั่งศาลชั้นต้น แม้ผู้ขอจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นคนยากจน ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่รูปคดี.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของโจทก์ที่ขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาโดยไม่เชื่อว่าโจทก์เป็นคนยากจน และคดีของโจทก์ไม่มีมูลที่จะฟ้องร้อง โจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นภายใน 7 วัน กลับยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่เพื่ออนุญาตให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าเป็นคนยากจนอีก แม้ตามคำร้องจะแสดงให้เห็นด้วยว่าโจทก์ประสงค์นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าคดีของตนมีมูลที่จะฟ้องร้องก็ตาม แต่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 อนุญาตให้ผู้ขอนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมในข้อที่ว่าตนเป็นคนยากจนแต่ประการเดียวเท่านั้น ดังนั้นปัญหาที่ว่าคดีโจทก์มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่ ย่อมยุติแล้วตามคำสั่งศาลชั้นต้นแม้ได้ความว่าโจทก์เป็นคนยากจน ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่รูปคดีของโจทก์จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาคดีของโจทก์ใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ขอฟ้องคดีอย่างอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องโดยไม่เชื่อว่าโจทก์เป็นคนยากจน ไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมได้และโจทก์ยังไม่แสดงให้เป็นที่พอใจว่าคดีของโจทก์มีมูลที่จะฟ้องร้องโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของโจทก์ใหม่ เพื่อให้โจทก์นำพยานหลักฐานเข้าสืบเพิ่มเติมว่าโจทก์เป็นคนยากจน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ยังไม่มีเหตุผลพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมให้ยกคำร้องศาลอุทธรณ์ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "การขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ศาลเห็นว่าโจทก์เป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม และจะต้องแสดงให้เป็นที่พอใจศาลด้วยว่าคดีของตนมีมูลที่จะฟ้องร้อง แต่เมื่อศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของโจทก์โดยอาศัยเหตุ 2 ประการดังกล่าวแล้ว โจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นภายใน 7 วัน กลับยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่เพื่ออนุญาตให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าเป็นคนยากจนอีก แม้ตามคำร้องจะแสดงให้เห็นด้วยว่าโจทก์ประสงค์นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าคดีของตนมีมูลที่จะฟ้องร้องก็ตาม แต่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 อนุญาตให้ผู้ขอนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมเฉพาะในข้อที่ว่าตนเป็นคนยากจนแต่ประการเดียวเท่านั้น ดังนั้น ปัญหาที่ว่าคดีโจทก์มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่ย่อมยุติแล้วตามคำสั่งศาลชั้นต้น ถึงหากศาลจะอนุญาตให้โจทก์นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมและได้ความว่าโจทก์เป็นคนยากจนก็ไม่เป็นประโยชน์แก่รูปคดีของโจทก์เพราะถึงอย่างไรศาลก็ไม่มีอำนาจที่จะไปวินิจฉัยปัญหาที่ยุติแล้วดังกล่าวมานั้นได้ จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาคดีของโจทก์ใหม่คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน คืนค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้แก่โจทก์ค่าทนายความในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2277/2528 นายอดุลย์ วิจิตรพันธ์ โจทก์ จ่าสิบเอกเคนเนธ เอ. ไมเนอร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอดุลย์ วิจิตรพันธ์ · จำเลย - จ่าสิบเอกเคนเนธ เอ. ไมเนอร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประการ กาญจนศูนย์ · กิติ บูรพรรณ์ · ประพันธ์ ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 256/2507ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 3470/2526ฎีกา 866/2518ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1330/2518ฎีกา 1040/2527ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 4910/2533ฎีกา 495/2549ฎีกา 1006/2538ฎีกา 2785/2523ฎีกา 4067/2532ฎีกา 4658/2534ฎีกา 1235/2535ฎีกา 1925/2539ฎีกา 11996/2547ฎีกา 491-492/2524ฎีกา 406/2513ฎีกา 4821/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา