⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2758/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2758/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาที่มิใช่คำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี หากคู่ความมิได้โต้แย้งภายในกำหนดเวลา ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมหลังจากสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จและอยู่ในระหว่างนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งก่อนศาลนั้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีและเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา226 เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าวในวันที่3 พฤศจิกายน 2524 และอ่านคำพิพากษาในวันที่ 18 เดือนเดียวกัน โจทก์มีเวลาเพียงพอที่จะโต้แย้งคำสั่งแล้วมิได้โต้แย้ง โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินค่าหุ้นพร้อมดอกเบี้ยจำนวน 399,174.62 บาท จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี เมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอระบุพยานเอกสารเพิ่มเติม จำเลยทั้งสองคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าพยานเอกสารที่โจทก์ขออ้างใหม่ไม่เกี่ยวกับประเด็นพิพาทในคดีนี้ ทั้งโจทก์ยื่นฝ่าฝืน มาตรา 88 วรรคสามแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุพยานเพิ่มเติม ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีไม่อาจรับฟังได้ว่าโจทก์ได้ซื้อหุ้นพิพาทให้แก่จำเลย จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์ และขอให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลล่างทั้งสอง และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ฎีกาต่อไปว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับบัญชีระบุพยานเอกสารเพิ่มเติมของโจทก์ได้สั่งเมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้ว ไม่ถือว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 โจทก์ชอบที่จะอุทธรณ์ฎีกาโต้โดยไม่ต้องโต้แย้งไว้ก่อน พิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 บัญญัติว่า ก่อนศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ถ้าศาลได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 227 และ 228 คู่ความฝ่ายใดโต้แย้งคำสั่งใดไว้ชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ ดังนี้ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมของโจทก์หลังจากสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จ และอยู่ในระหว่างนัดฟังคำพิพากษา จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ก่อนศาลนั้นได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีต้องตามมาตรา 226 แล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2524 และอ่านคำพิพากษาในวันที่ 18 เดือนเดียวกัน โจทก์มีเวลาเพียงพอที่จะโต้แย้งคำสั่งแล้วมิได้โต้แย้ง ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ขอให้รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2758/2528 บ.จ.ก.เงินทุนหลักทรัพย์อาคเนย์ธนกิจฯ โจทก์ นางทัศนีย์ อินโอภาษ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บ.จ.ก.เงินทุนหลักทรัพย์อาคเนย์ธนกิจฯ · จำเลย - นางทัศนีย์ อินโอภาษ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5049/2547ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2281/2539ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 269/2520ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1384/2518ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 536/2536ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3202/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 7927/2538ฎีกา 58/2531ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5647/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา