⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3789/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3789/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ยื่นฟ้องคดีต่อศาลที่มูลคดีเกิด ศาลนั้นย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดศรีสะเกษ แต่โจทก์ยื่นคำฟ้องให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้ยืมพร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นศาลที่มูลคดีเกิด ศาลจังหวัดอุบลราชธานีมีสั่งคำร้องนี้ว่า "รวม" และรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยเพื่อแก้คดีและดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาจนกระทั่งเสร็จการพิจารณา ถือว่าศาลจังหวัดอุบลราชธานีได้ใช้ดุลพินิจอนุญาตให้โจทก์ยื่นคำฟ้อง ต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 4(2) ศาลจังหวัดอุบลราชธานีจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาท ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ชำระ ขอให้พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ไม่เคยกู้ยืมเงินจากโจทก์ จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดศรีสะเกษ แต่โจทก์ยื่นคำฟ้องที่ศาลจังหวัดอุบลราชธานี เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้เงินที่กู้ยืมไปจากโจทก์พร้อมดอกเบี้ย จึงเป็นคดีเกี่ยวด้วยหนี้เหนือบุคคลซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๔(๒) โจทก์จะต้องยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษเพราะจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลนั้น แต่โจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาลจังหวัดอุบลราชธานีโดยยื่นคำร้องมาพร้อมคำฟ้องว่าคดีนี้มูลคดีเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี พยานบุคคลที่โจทก์จะนำสืบก็อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี หากได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลดังกล่าวก็จะเป็นการสะดวก คำร้องดังกล่าวเป็นคำร้องขออนุญาตยื่นคำฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๔(๒)ศาลที่โจทก์ยื่นคำร้องมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจอนุญาตตามที่ขอหรือไม่ก็ได้ ปรากฏว่าศาลชั้นต้นสั่งคำร้องมีว่า "รวม" แต่ก็ได้รับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยเพื่อแก้คดีและดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาจนกระทั่งเสร็จการพิจารณา ถือได้ว่าศาลชั้นต้นได้ใช้ดุลพินิจอนุญาตให้โจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลดังกล่าว ดังนั้นศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดอุบลราชธานี) จึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3789/2528 นางถ่าย ศรีขาว โจทก์ นายภี อัมภรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางถ่าย ศรีขาว · จำเลย - นายภี อัมภรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ปรานอม มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายโชค จงสงวน · ศาลอุทธรณ์ - นายเอกชัย วิมานะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 3240/2533ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 272/2490ฎีกา 1511/2520ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 2841/2547ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 2768/2530ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541ฎีกา 4973/2536ฎีกา 8089/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา