คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4015/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดไต่สวนมูลฟ้องโดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดี ศาลชอบที่จะสั่งยกฟ้องโจทก์ได้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ศาลสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้องโดยให้โจทก์นำส่งหมายนัดภายใน 7 วันทนายโจทก์ทราบนัดแล้ว ครั้นถึงวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ไม่มาศาลโดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดี ศาลจึงสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 ต่อมาในวันเดียวกันนั้นเจ้าพนักงานศาลรายงานให้ศาลทราบว่า โจทก์มิได้ดำเนินการส่งหมายนัดให้จำเลยตามคำสั่งศาลขั้นตอนของการดำเนินกระบวนพิจารณาได้ล่วงเลยมาถึงวันนัดไต่สวนมูลฟ้องแล้ว จึงไม่มีกรณีที่ศาลจะต้องย้อนไปสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 อีก กรณีมิได้เป็นการข้ามขั้นตอนและมิได้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓
ในวันไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๖
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาว่า ศาลชอบที่จะสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ มิใช่สั่งยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อโจทก์ยื่นฟ้องแล้วศาลชั้นต้นสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้อง ให้โจทก์นำส่งหมายนัดภายใน ๗ วัน ทนายโจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้ว ครั้นถึงวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดทั้งมิได้แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดีแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๖ และต่อมาในวันเดียวกันนั้น เจ้าพนักงานศาลรายงานศาลว่า โจทก์มิได้ดำเนินการส่งหมายนัดให้จำเลยตามคำสั่งศาล ปัญหามีว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งยกฟ้องโจทก์นั้นชอบหรือไม่ ตามข้อเท็จจริงข้างต้น เห็นได้ว่า เจ้าพนักงานศาลรายงานให้ศาลทราบว่า โจทก์มิได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลที่ให้ส่งหมายนัดแต่จำเลย ก็ต่อเมื่อศาลชั้นต้นได้สั่งยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๖ โดยถูกต้องแล้ว และขั้นตอนของการดำเนินกระบวนพิจารณาก็ล่วงเลยมาถึงวันนัดไต่สวนมูลฟ้องแล้ว จึงไม่มีกรณีที่ศาลจะต้องย้อนไปสั่งจำหน่ายคดีโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๓๒(๑) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ อีก กรณีมิได้เป็นการข้ามขั้นตอนและมิได้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4015/2529
นายสุนทร โอฬารลาภ โจทก์
นายสัญญา กูลอิสริยะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุนทร โอฬารลาภ · จำเลย - นายสัญญา กูลอิสริยะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสุทธิ นิชโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายดิลก ณ นคร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา