⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4764/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4764/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีละเมิดที่ไม่เกี่ยวด้วยทรัพย์ สามารถฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นก็ได้ และสถานที่ตั้งโรงงานของจำเลยอาจถือเป็นภูมิลำเนาในส่วนกิจการอันทำ ณ ที่นั้นได้ หากใช้เป็นสาขาสำนักงานของจำเลยด้วย

ย่อคำพิพากษา

การฟ้องให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิดเป็นการฟ้องคดีที่ไม่เกี่ยวด้วยทรัพย์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 4(2) ระบุว่าให้ฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือเมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอยื่นฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลนั้นก็ได้ โจทก์ฟ้องบริษัทจำเลยต่อศาลจังหวัดชลบุรี โดยระบุสถานที่โรงงานของจำเลยที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรีเป็นภูมิลำเนา แม้ศาลจังหวัดชลบุรีจะมิใช่ศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น และปรากฏตามทะเบียนว่าสำนักงานแห่งใหญ่ของจำเลยตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครทั้งสถานที่โรงงานมิใช่ภูมิลำเนาเฉพาะการของจำเลยก็ตาม แต่ที่นั้นก็อาจเป็นถิ่นที่จำเลยมีสาขาสำนักงานอันจะจัดได้ว่าเป็นภูมิลำเนาในส่วนกิจการอันทำ ณ ที่นั้นด้วยก็ได้ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 71 วรรคสอง ซึ่งหากที่ตั้งโรงงานของจำเลยใช้เป็นสาขาสำนักงานของจำเลยด้วยดังที่โจทก์อ้างโจทก์ก็ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดชลบุรีได้ จึงสมควรฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.71

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดชลบุรีว่า จำเลยใช้ให้ลูกจ้างของจำเลยเผาซากสับปะรดแห้งในไร่ของจำเลยซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดระยองโดยประมาทเป็นเหตุให้ไฟไหม้ต้นมะพร้าว ต้นอ้อย และต้นมันสำปะหลังของโจทก์ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับไร่ของจำเลยเสียหายเป็นเงิน ๖๑,๖๗๐ บาท เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๖๑,๖๗๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยโจทก์ระบุในคำฟ้องว่าจำเลยอยู่บ้านเลขที่ ๒๑๘ หมู่ ๔ตำบลหนองอีรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี จำเลยให้การว่าจำเลยไม่เคยใช้ให้ลูกจ้างของจำเลยจุดไฟเผาใบและต้นสับปะรดในไร่ของจำเลย ค่าเสียหายของโจทก์หากมีก็ไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดชลบุรี เพราะจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ภูมิลำเนาที่โจทก์ระบุในฟ้องเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตอาหารกระป๋องของจำเลย แต่มิใช่เป็นภูมิลำเนาของจำเลย และมูลคดีเกิดที่จังหวัดระยอง ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔ ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดชลบุรี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าภูมิลำเนาของจำเลยอยู่กรุงเทพมหานครตั้งมูลคดีเกิดขึ้นที่จังหวัดระยอง อยู่นอกเขตอำนาจของศาลจังหวัดชลบุรีจะพิจารณาพิพากษาได้ ให้จำหน่ายคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้ววินิจฉัยชี้ขาดไปตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การฟ้องให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิด เป็นการฟ้องคดีที่ไม่เกี่ยวด้วยทรัพย์ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔(๒) ระบุว่าให้ฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือเมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอยื่นฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลนั้นก็ได้ แต่ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ ปรากฏว่าศาลจังหวัดชลบุรีไม่ใช่ศาลชั้นต้นที่มูลคดีเกิดขึ้น คงมีปัญหาว่าเป็นศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือไม่ เห็นว่าตามคำฟ้องของโจทก์ระบุว่าจำเลยอยู่บ้านเลขที่ ๒๑๔ หมู่ที่ ๔ ถนนอิงแลนด์ (ฉะเชิงเทรา - สัตหีบ) ตำบลหนองอีรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งตามภาพถ่ายหนังสือรับรองนิติบุคคลของจำเลย ซึ่งโจทก์แนบมาท้ายฟ้อง ก็ไม่ปรากฏว่าได้ระบุเอาที่ตั้งที่ทำการหรือถิ่นที่ได้เลือกเอาเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการของจำเลยไว้ ดังนั้น สถานที่โรงงานผลิตอาหารกระป๋องของจำเลยที่ตั้งอยู่จังหวัดชลบุรี จึงมิใช่เป็นภูมิลำเนาเฉพาะการของจำลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๑ วรรคแรก แต่ก็อาจเป็นถิ่นที่จำเลยมีสาขาสำนักงานอันจะจัดว่าเป็นภูมิลำเนาในส่วนกิจการอันทำ ณ ที่นั้นด้วยก็ได้ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๑ วรรคสอง เพราะภูมิลำเนาของนิติบุคคลนั้นหาใช่เพียงปรากฏตามทะเบียนว่าเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่เท่านั้นไม่ ดังนั้นหากที่ตั้งโรงงานผลิตอาหารกระป๋องของจำเลยใช้เป็นสาขาสำนักงานของจำเลยด้วยดังที่โจทก์อ้าง โจทก์ก็ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดชลบุรีได้ จึงสมควรฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4764/2529 นายใจ พิมพ์สกุล โจทก์ บริษัทอาหารสยาม จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายใจ พิมพ์สกุล · จำเลย - บริษัทอาหารสยาม จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายสุทธินัด คำพล · ศาลอุทธรณ์ - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 3240/2533ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1511/2520ฎีกา 484/2507ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2841/2547ฎีกา 13140/2556ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2898/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา