⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1283/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1283/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วน กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าซื้อย่อมตกเป็นของผู้เช่าซื้อทันที แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้ร้องชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนตามสัญญาเช่าซื้อจนผู้ให้เช่าซื้อยกกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางให้ผู้ร้องแล้ว แม้จะยังไม่ได้โอนทะเบียน กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ก็เป็นของผู้ร้องโดยการแสดงเจตนาของผู้ให้เช่าซื้อ เพราะทะเบียนรถยนต์ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ของรถยนต์แต่เป็นเพียงหลักฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อความสะดวกแก่การควบคุมรถยนต์เท่านั้น.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 และสั่งริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน80-9979 นครปฐมของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ศาลสั่งริบและมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ของศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว สั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษา ให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาว่ารถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องหรือไม่ โจทก์มีนายนิวัฒน์ มีทรัพย์อนันต์ เบิกความว่าผู้ร้องเช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าวจากบริษัทไทยฮีโน่มอเตอร์เซลส์ จำกัด ตามเอกสารหมาย ร.3 ผู้ร้องชำระราคาครบถ้วนแล้วตามเอกสารหมาย ค.4 จนผู้ให้เช่าซื้อตกลงโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลางให้ผู้ร้องแล้วโดยทำหลักฐานการขอโอนและรับโอนตามแบบของกรมการขนส่งทางบกพร้อมใบมอบอำนาจมอบแก่ผู้ร้องไปจัดการโอนเอาเองได้ ตามเอกสารหมาย ร.5 ฝ่ายโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงฟังได้ว่าผู้ร้องเช่าซื้อรถยนต์ของกลางและชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนตามสัญญาจนผู้ให้เช่าซื้อยกกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางให้เป็นของผู้ร้องแล้ว แม้จะยังมิได้จัดโอนทางทะเบียน กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางก็เปลี่ยนมือไปเป็นของผู้ร้องได้จากการแสดงเจตนาโอนของเจ้าของเดิม เพราะทะเบียนรถยนต์ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ของรถยนต์นั้น แต่เป็นเพียงหลักฐานที่กำหนดขึ้นด้วยระเบียบพิธีการเพื่อสะดวกแก่การควบคุมรถยนต์เท่านั้นปัญหาต่อไปมีว่าขณะเกิดเหตุคดีนี้ผู้ร้องยังเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางอยู่หรือไม่ ผู้ร้องมีนายนิวัฒน์ ยืนยันว่าระหว่างเช่าซื้อรถยนต์ของกลางจากบริษัทไทยฮีโน่มอเตอร์เซลส์ จำกัด ผู้ร้องได้นำรถยนต์ดังกล่าวให้นายพิชัย บุญถนอม เช่าช่วง โดยความยินยอมของบริษัทไทยฮีโน่มอเตอร์เซลส์ จำกัด ตามเอกสารหมาย ร.8 และ ร.6 ตามลำดับสัญญาเช่าซื้อระหว่างผู้ร้องกับนายพิชัยครบชำระค่างวดวันที่ 28กุมภาพันธ์ 2527 ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ประมาณ 10 เดือน โดยนายพิชัยค้างชำระค่างวดอยู่ 10 กว่างวด ผู้ร้องติดตามทวงถามไม่พบ จึงยังมิได้ยึดรถคืนหรือดำเนินคดีกับนายพิชัย ฝ่ายโจทก์มิได้นำสืบโต้แย้งให้เห็นเป็นอย่างอื่น คงนำสืบร้อยตำรวจเอกเดชาผล ลาภกิจ พนักงานสอบสวนปากเดียวว่า ทราบจากการสอบสวนจำเลยว่า รถยนต์ของกลางเป็นของเสี่ยอุย ซึ่งเป็นพยานบอกเล่า มีน้ำหนักไม่พอฟังหักล้างพยานผู้ร้องพยานหลักฐานของผู้ร้องจึงมีน้ำหนักและเหตุผลฟังได้ว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง และข้อเท็จจริงรับกันตลอดมาด้วยว่า ผู้ร้องมิได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องจึงชอบที่จะได้รับรถยนต์ของกลางคืนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1283/2530 พนักงานอัยการ ศาลแขวงธนบุรี โจทก์ นายวิสูตร สร้อยจู จำเลย ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีทุนทรัพย์นครปฐม ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ศาลแขวงธนบุรี · จำเลย - นายวิสูตร สร้อยจู · ผู้ร้อง - ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีทุนทรัพย์นครปฐม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ