⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1726/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1726/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของผู้กระทำความผิด จึงไม่มีสิทธิขอทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดคืน

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลาง ได้ให้ ส. เช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวไป ต่อมาจำเลยขอยืมรถยนต์จากส.ไปใช้ในการกระทำผิด ผู้ร้องทราบจาก ส. และจำเลยว่าจำเลยนำรถยนต์ไปใช้ในการกระทำผิดแต่กลับตกลงให้จำเลย และ ส. ชำระค่าเช่าซื้อต่อมาโดยมิได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ แสดงว่าผู้ร้องมีเจตนาเพียงที่จะได้รับค่าเช่าซื้อตามสัญญาเท่านั้น เมื่อผู้ร้องมาร้องขอรถยนต์ของกลางคืนจึงเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่ผู้เช่าซื้อและจำเลยที่จะได้รับรถยนต์ของกลางกลับไปในภายหลัง ตามพฤติการณ์ถือว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดด้วย จึงไม่มีสิทธิขอของกลางคืน(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในความครอบครองดดยมิได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73, 74, 84 ทวิ ให้ปรับ 200 บาท ริบไม้และรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-0778 กระบี่ 85 ของกลาง ผู้ร้องร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลาง ได้ให้นายสมควร รองรัตน์ เช่าซื้อไป การที่จำเลยนำรถยนต์ของกลาวไปใช้ในการกระทำความผิดผู้ร้องมิได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วย ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งใหยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริง เป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลาง แล้ววินิจฉัยว่า "...เห็นว่าเมื่อผู้ร้องทราบจากนายสมมาศและจำเลยว่าจำเลยนำรถยนต์ของกลางไปใช้กระทำผิดและตรวจยึดไปเป็นของกลางแล้ว ผู้ร้องหาใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อไม่ แต่ผู้ร้องกับจำเลยกลับตกลงกันยอมให้จำเลยชำระค่าเช่าซื้อต่อไปจนครบและต่อมานายสมมาศเป็นผู้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อแทนจำเลย รวม 7 งวดเป็นเงิน 38,600 บาทแล้วคงค้างชำระอีกเพียง 35,200 บาท พฤติการณ์ของผู้ร้องดังกล่าวผู้ร้องเจตนาที่จะได้รับชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาเท่านั้นการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องจึงเห็นได้ว่าเพื่อประโยชน์แก่ผู้เช่าซื้อและจำเลยผู้กระทำผิดในการที่จะได้รับรถยนต์ของกลางไปจากผู้ร้องในภายหลัง เป็นพฤติการณ์ที่แสดงว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการที่จำเลยกระทำความผิดด้วยผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางวแก่ผู้ร้อง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1726/2530 พนักงานอัยการ จังหวัดกระบี่ โจทก์ นายจรูญ กระบี่น้อย จำเลย บริษัทจุติพาณิชย์ จำกัดฯ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดกระบี่ · จำเลย - นายจรูญ กระบี่น้อย · ผู้ร้อง - บริษัทจุติพาณิชย์ จำกัดฯ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ