⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3669/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3669/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยและให้นับโทษต่อกับคดีอื่น หากศาลประสงค์จะให้จำเลยได้รับประโยชน์จากการหักวันต้องขังในคดีอื่นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ศาลจะต้องระบุไว้ในคำพิพากษาให้ชัดแจ้ง มิฉะนั้นให้หักวันต้องขังให้แก่จำเลยตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ศาลลงโทษจำคุกจำเลยโดยให้นับโทษต่อกับโทษของจำเลยในคดีอาญาอื่นอีก 2 คดี โดยที่ในระหว่างสอบสวนคดีนี้ จำเลยไม่ถูกควบคุมตัวแต่ถูกคุมขังในระหว่างพิจารณา ดังนี้ แม้จำเลยจะถูกคุมขังในคดีนี้พร้อมกับคดีอื่นอีกหลายคดี และศาลหักวันต้องคุมขังในคดีอื่น ๆ แล้วก็ตาม หากคดีนี้ศาลไม่ประสงค์ให้หักวันต้องคุมขังให้อีก ก็ต้องระบุไว้ให้ชัดแจ้งในคำพิพากษา เมื่อคำพิพากษาไมระบุก็ต้องหักวันต้องคุมขังให้แก่จำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจาก การใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ลงโทษจำคุก และให้นับโทษต่อจากคดีอื่น ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกโดยไม่หักวันที่ถูกคุมขังมาก่อนพิพากษา จำเลยยื่นคำร้องขอให้หักให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒ ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยต้องขังหลายคดีต้องนับโทษต่อเนื่องกันมิใช่เรื่องไม่หักให้ตามคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้หักวันต้องคุมขังจำเลยออกจากระยะเวลาจำคุกตามคำพิพากษา โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยถูกฟ้องเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๗ โจทก์บรรยายฟ้องและแก้ฟ้องวรรคท้ายเป็นว่า ระหว่างสอบสวนจำเลยไม่ถูกควบคุมตัวในคดีนี้ และจำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๕๑๒๙/๒๕๒๗หมายเลขแดงที่ ๑๔๓๐๑/๒๕๒๗ คดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๕๕๕๓/๒๕๒๗ หมายเลขแดงที่ ๑๔๙๐๙/๒๕๒๗ และคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๐๐๔/๒๕๒๗, ๔๑๐๔/๒๕๒๗, ๔๖๖๕/๒๕๒๗, ๑๒๑๕๘/๒๕๒๗ ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นออกหมายขังจำเลยระหว่างพิจารณาในวันเดียวกัน วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๒๗ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีปัญหาในชั้นฎีกาว่า จำเลยถูกคุมขังมาก่อนศาลพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า ระหว่างพิจารณาคดีไม่ปรากฏว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว หรือศาลชั้นต้นมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น จึงถือได้ว่า ตั้งแต่วันฟ้องคือวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๗ ถึงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๒๗ ซึ่งเป็นวันที่พิพากษาจำเลยถูกคุมขังมาก่อนศาลพิพากษา ๑๗๒ วัน การที่จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่ได้หมายความว่าจำเลยยอมรับว่า ไม่ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาเพราะคำว่าระหว่างสอบสวนกับระหว่างพิจารณามีความหมายต่างกัน คำพิพากษาศาลชั้นต้นระบุให้นับโทษจำเลยต่อกับโทษของจำเลยในคดีอาญาอื่น อีก ๒ คดีนั้น ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะแสดงว่าจำเลยไม่ถูกคุมขังในคดีนี้ก่อนพิพากษา แม้จำเลยจะถูกคุมขังในคดีนี้พร้อมกับคดีอื่นๆ อีกหลายคดีและศาลหักวันต้องคุมขังในคดีอื่นๆ แล้วก็ตาม หากคดีนี้ศาลไม่ประสงค์ให้หักวันต้องคุมขังให้อีกก็ต้องระบุไว้ให้ชัดแจ้งในคำพิพากษา เมื่อคำพิพากษาไม่ระบุไว้ก็ต้องหักวันต้องคุมขังให้แก่จำเลย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3669/2530 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นางสาวสถัด โคษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นางสาวสถัด โคษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายวุฒิ คราวิฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4333/2560ฎีกา 529/2484ฎีกา 5387/2547ฎีกา 88/2520ฎีกา 7238/2553ฎีกา 336/2557ฎีกา 709/2491ฎีกา 1141/2515ฎีกา 3790/2527ฎีกา 1929/2567ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 2590/2524ฎีกา 127/2533ฎีกา 4411/2536ฎีกา 3475/2550ฎีกา 4620-4621/2543ฎีกา 757/2521ฎีกา 19246/2555ฎีกา 5749/2544ฎีกา 1282/2531ฎีกา 1518/2565ฎีกา 1408/2516ฎีกา 3518-3522/2530ฎีกา 2229/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา