⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3718/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3718/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลสั่งริบโดยชอบแล้ว ไม่อาจขอคืนได้อีก แม้ผู้ร้องจะอ้างว่าเป็นของตนก็ตาม หากผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อคดีเดิม ซึ่งศาลสั่งริบเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางเพราะเห็นว่าเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดถึงที่สุดโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ฎีกา การที่ผู้ร้องมาร้องขอคืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางจึงไม่มีข้อที่จะวินิจฉัยได้อีกว่าเครื่องรับโทรทัศน์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการเล่นการพนันหรือไม่ เมื่อฟังได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ผู้ร้องจึงไม่อาจมาร้องขอคืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนันและสั่งริบเครื่องรับโทรทัศน์ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางที่ศาลสั่งริบและมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดขอศาลสั่งคืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางแก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางแก่ผู้ร้องโดยเห็นว่าเครื่องรับโทรทัศน์เป็นเพียงแต่เครื่องรับภาพการชกมวยจากสถานีโทรทัศน์ ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งหมดในความผิดต่อพระราชบัญญัติการพนัน และให้ริบเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด คดีถึงที่สุดโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ฎีกา การที่ผู้ร้องมาร้องขอคืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลาง ไม่มีข้อที่จะวินิจฉัยได้อีกว่า เครื่องรับโทรทัศน์ของกลางเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการเล่นการพนันหรือไม่คงมีปัญหาว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดในการเล่นการพนันรายนี้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องเป็นภริยาของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 ได้ขาดความสัมพันธ์จากการเป็นสามีภริยากัน การพนันรายนี้จัดให้มีขึ้นที่บ้านของผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 ทั้งปรากฏจากบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย ค.2 ว่าจำเลยที่ 1 ได้จัดให้มีการเล่นการพนันมานาน 4-5 เดือนแล้วโดยเก็บเงินจากผู้เล่นคนละ 5 บาท ซึ่งไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ห้ามปรามหรือทักท้วงประการใด พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดผู้ร้องไม่อาจมาร้องขอคืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางให้ผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3718/2530 พนักงานอัยการ จังหวัด ตราด โจทก์ นาง บังคับ เกณิกานนท์ ผู้ร้อง นาย นิยม เกณิกานนท์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ตราด · ผู้ร้อง - นาง บังคับ เกณิกานนท์ · จำเลย - นาย นิยม เกณิกานนท์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ