คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3718/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลสั่งริบโดยชอบแล้ว ไม่อาจขอคืนได้อีก แม้ผู้ร้องจะอ้างว่าเป็นของตนก็ตาม หากผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด.
ย่อคำพิพากษา
เมื่อคดีเดิม ซึ่งศาลสั่งริบเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางเพราะเห็นว่าเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดถึงที่สุดโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ฎีกา การที่ผู้ร้องมาร้องขอคืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางจึงไม่มีข้อที่จะวินิจฉัยได้อีกว่าเครื่องรับโทรทัศน์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการเล่นการพนันหรือไม่ เมื่อฟังได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ผู้ร้องจึงไม่อาจมาร้องขอคืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนันและสั่งริบเครื่องรับโทรทัศน์ของกลาง
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางที่ศาลสั่งริบและมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดขอศาลสั่งคืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางแก่ผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางแก่ผู้ร้องโดยเห็นว่าเครื่องรับโทรทัศน์เป็นเพียงแต่เครื่องรับภาพการชกมวยจากสถานีโทรทัศน์ ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งหมดในความผิดต่อพระราชบัญญัติการพนัน และให้ริบเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด คดีถึงที่สุดโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ฎีกา การที่ผู้ร้องมาร้องขอคืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลาง ไม่มีข้อที่จะวินิจฉัยได้อีกว่า เครื่องรับโทรทัศน์ของกลางเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการเล่นการพนันหรือไม่คงมีปัญหาว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดในการเล่นการพนันรายนี้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องเป็นภริยาของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 ได้ขาดความสัมพันธ์จากการเป็นสามีภริยากัน การพนันรายนี้จัดให้มีขึ้นที่บ้านของผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 ทั้งปรากฏจากบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย ค.2 ว่าจำเลยที่ 1 ได้จัดให้มีการเล่นการพนันมานาน 4-5 เดือนแล้วโดยเก็บเงินจากผู้เล่นคนละ 5 บาท ซึ่งไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ห้ามปรามหรือทักท้วงประการใด พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดผู้ร้องไม่อาจมาร้องขอคืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคืนเครื่องรับโทรทัศน์ของกลางให้ผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3718/2530
พนักงานอัยการ จังหวัด ตราด โจทก์
นาง บังคับ เกณิกานนท์ ผู้ร้อง
นาย นิยม เกณิกานนท์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ตราด · ผู้ร้อง - นาง บังคับ เกณิกานนท์ · จำเลย - นาย นิยม เกณิกานนท์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำนง นิยมวิภาต |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ