⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1457/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลสั่งแยกฟ้องจำเลยและนำพยานหลักฐานที่สืบไว้แล้วในคดีเดิมมาวินิจฉัยประกอบในคดีใหม่ โดยจำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าว ถือว่าเป็นการพิจารณาและสืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลยแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกถูกฟ้องในคดีก่อนว่ากระทำความผิดที่โจทก์ฟ้อง ในคดีนี้ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ดังกล่าวไปแล้วศาลชั้นต้นสั่งให้แยกฟ้องจำเลยซึ่งให้การปฏิเสธและโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ กรณี จึงถือได้ว่าเป็นการพิจารณาและสืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้า จำเลยแล้ว เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องพยานที่ได้สืบไว้แล้วอีกและให้นำสำนวนคดีเดิมมารวมกับคดีนี้เพื่อจะได้พิจารณาประกอบกับคดีนี้ จำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวศาลหยิบยกเอาคำเบิกความของพยานในคดีเดิมขึ้นวินิจฉัย ประกอบพยานหลักฐานอื่น ๆ ของโจทก์ในคดีนี้แล้วฟังลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 340 ตรี, 289, 80, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี ลงโทษจำคุก 30 ปีคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนในข้อหานี้เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 24 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ,72, 72 ทวิ ฐานมี จำคุก 2 ปี ฐานพา จำคุก 1 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลย27 ปี ข้อหานอกจากนี้ให้ยกฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าพันตำรวจตรีธรรมศักดิ์มิได้เบิกความเป็นพยานต่อหน้าจำเลยในคดีนี้ การที่ศาลอุทธรณ์รับฟังคำเบิกความดังกล่าวลงโทษจำเลยจึงไม่ชอบนั้น ได้ความว่าพันตำรวจตรีธรรมศักดิ์ได้เบิกความในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 197/2524หมายเลขคดีแดงที่ 71/2525 ของศาลชั้นต้น ขณะนั้นจำเลยนี้ยังเป็นจำเลยและถูกดำเนินคดีอยู่ในสำนวนคดีดังกล่าว ซึ่งจำเลยนี้กับพวกถูกฟ้องว่ากระทำความผิดที่โจทก์ฟ้องในคดีนี้ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ดังกล่าวไปแล้วศาลชั้นต้นสั่งให้แยกฟ้องจำเลยนี้ซึ่งให้การปฏิเสธและโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้กรณีจึงถือได้ว่าเป็นการพิจารณาและสืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลยแล้วทั้งเมื่อศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 30 มีนาคม 2525 ว่า คดีนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องสืบพยานที่ได้สืบไว้แล้วอีกและให้นำสำนวนคดีหมายเลขดำที่ 197/2524 หมายเลขแดงที่ 71/2525 ของศาลชั้นต้นมารวมกับคดีนี้เพื่อจะได้พิจารณาประกอบกับคดีนี้จำเลยก็มิได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นแต่ประการใด การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกเอาคำเบิกความของพยานดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยประกอบพยานหลักฐานอื่น ๆ ของโจทก์ในคดีนี้แล้วฟังลงโทษจำเลยนั้นชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 แล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นกัน แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 โดยมิได้ระบุวรรคใดนั้นเห็นสมควรระบุเสียให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสี่ ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2531 อัยการ ขอนแก่น ( อำเภอ พล โจทก์ จ.ส.ต. ระนึก ประทุม มา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ ขอนแก่น ( อำเภอ พล · จำเลย - จ.ส.ต. ระนึก ประทุม มา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 880/2502ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1957/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 915/2478ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 2429/2551ฎีกา 2414/2551ฎีกา 1172/2510ฎีกา 2274/2525ฎีกา 639/2503ฎีกา 3361/2536ฎีกา 5253/2549ฎีกา 637/2481ฎีกา 1134/2550ฎีกา 766/2504ฎีกา 1211/2481ฎีกา 386/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา