⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1466/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1466/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยอมรับว่าตนเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คและโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น ยังไม่ถือว่าจำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค โจทก์จึงยังมีหน้าที่ต้องนำสืบให้ได้ความว่าจำเลยมีเจตนาดังกล่าว.

ย่อคำพิพากษา

ในวันสืบพยานโจทก์ จำเลยยอมรับว่าจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คตามฟ้อง โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบและธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน แต่จำเลยก็มิได้ให้การรับสารภาพตามฟ้องดังนี้จะถือว่าจำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คหาได้ไม่ เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบให้ได้ความดังกล่าว เมื่อโจทก์มิได้สืบพยาน จึงลงโทษจำเลยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ในวันนัดสืบพยานโจทก์ศาลชั้นต้นสอบข้อเท็จจริงแล้วคู่ความรับกันว่าจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คตามฟ้องทั้งสี่ฉบับและโจทก์เป็นผู้ทรงโดยชอบ เช็คทั้งสี่ฉบับธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์ แต่จำเลยขอสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยตามเช็คฉบับแรก และฉบับที่สองฉบับละ 10 เดือน ฉบับที่สามและฉบับที่สี่ ฉบับละ 1 ปี รวมจำคุกจำเลย 3 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาทั้งสี่สำนวน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ เห็นว่า จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ทั้งสี่สำนวน แม้ในวันสืบพยานโจทก์ จำเลยจะยอมรับว่าจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คทั้งสี่ฉบับ และโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบ โจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คทั้งสี่ฉบับไม่ได้ และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินก็ตามแต่จำเลยก็มิได้ให้การรับสารภาพตามที่โจทก์ฟ้อง ดังนี้จะถือว่าจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาหาได้ไม่เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบให้ได้ความเช่นนี้ แต่เมื่อศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์ โจทก์มิได้แถลงขอสืบพยานหรือโต้แย้งคัดค้านประการใด แสดงว่าโจทก์ไม่ติดใจสืบพยาน ส่วนจำเลยขอสืบพยานโดยนำสืบว่า จำเลยออกเช็คค้ำประกันให้ผู้มีชื่อไว้มิได้มีเจตนาออกเพื่อชำระหนี้ จำเลยได้ชำระหนี้ที่ค้ำประกันนั้นเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อจำเลยต่อสู้เช่นนี้โดยโจทก์มิได้สืบพยานแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามที่จำเลยแถลงรับก็ตาม คดีก็ฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะการที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คที่จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายนั้น หาใช่จำเลยจะมีความผิดเสมอไปไม่ เช็คที่จำเลยสั่งจ่ายอาจจะเป็นเช็คค้ำประกันหนี้มิได้มีเจตนาออกเช็คเพื่อชำระหนี้ หรือเป็นเช็คที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน หรือมูลหนี้ตามเช็คระงับไปแล้วก็ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสี่สำนวน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1466/2531 ร.ต.ท. ชาตรี ณ วิทยานันท์ โจทก์ นาง นา รี อักษร ศิริ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร.ต.ท. ชาตรี ณ วิทยานันท์ · จำเลย - นาง นา รี อักษร ศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสงี่ยม ทวีชัยการ · สุชาติ จิวะชาติ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 666/2502ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 5103/2528ฎีกา 164/2512ฎีกา 6321/2544ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา