⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3704/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3704/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกอบธุรกิจหางานตามกฎหมายจัดหางานฯ ต้องเป็นการจัดหางานที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น หากเป็นการจัดหางานเพื่อการค้าประเวณีซึ่งเป็นความผิดกฎหมาย การกระทำนั้นจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511

ย่อคำพิพากษา

การประกอบธุรกิจหางานให้แก่คนงานตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 นั้น หมายถึงงานหรือการประกอบธุรกิจที่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้เสียหายทั้งสองได้รับการติดต่อจากจำเลยให้ไปค้าประเวณีที่ต่างประเทศ จึงเป็นงานรับจ้างเขาทำเมถุนกรรมที่ผิดกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 ม.7 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่นางสาวเบ็ญจา สอนศิริ และนางสาวสุกันยา พรรณมณีทอง คนหางานเพื่อไปทำงานบริการแก่นายจ้างในต่างประเทศซึ่งมีกิจการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรมโดยเรียกและรับค่าบริการจากคนหางานดังกล่าว โดยจำเลยกับพวกมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานตามกฎหมายและจำเลยกับพวกได้ร่วมกันปลอมเอกสารราชการหนังสือเดินทางของประเทศไทย ปลอมรอยตราของกระทรวงการต่างประเทศให้เอกสารปลอม และยังได้ร่วมกันพยายามพานางสาวเบ็ญจากับนางสาวสุกันยา พรรณมณีทองออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อไปทำงานกับผู้รับจ้างซึ่งมีกิจการเกี่ยวกับการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรม ( เพื่อค้าประเวณี ) อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย จำเลยกับพวกลงมือกระทำผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่สำเร็จ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๘๓, ๙๑, ๒๕๑, ๒๕๒, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ มาตรา ๗,๒๗ พระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็ก พ.ศ.๒๔๗๑ มาตรา ๔ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๕๒ ประกอบมาตรา ๒๕๑ ให้จำคุก ๓ ปี เป็นกระทงที่หนึ่ง มีความผิดตามมาตรา ๒๖๘ ประกอบ มาตรา ๒๖๕ จำคุก ๒ ปี เป็นกระทงที่สอง มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการค้าหญิงและเด็กหญิง พ.ศ.๒๔๗๑ มาตรา ๔ ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๐ ให้จำคุกคนละ ๒ ปี เป็นกระทงที่สาม และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ มาตรา ๗ มาตรา ๒๗ จำคุกคนละ ๑ เดือน เป็นกระทงที่สี่ ให้เรียงกระทงลงโทษเป็นจำคุกคนละ ๗ ปี ๑ เดือน ข้อหานอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตและในข้อหาใช้รอยตราปลอม และให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ในข้อหาใช้เอกสารปลอม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อหาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตว่า ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.๒๕๑๑ " จัดหางาน " หมายความว่า การประกอบธุรกิจหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้าง เมื่อพิเคราะห์ประกอบเหตุผลในการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ที่ว่า เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ราษฎรผู้หางานทำและบุคคลผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการจัดหางานแล้ว ย่อมแสดงว่าการประกอบธุรกิจหางานให้แก่คนหางานนั้นต้องหมายถึงงานหรือการประกอบธุรกิจที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงได้ความจากผู้เสียหายทั้งสองว่างานที่ผู้เสียหายทั้งสองได้รับการติดต่อจากจำเลยให้ไปทำที่ประเทศญี่ปุ่น คืองานต้อนรับที่จะต้องค้าประเวณี และจะได้รับค่าบริการครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท จึงเป็นงานทุรศีลธรรมรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรมที่ผิดกฎหมาย การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว และวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานใช้รอยตราปลอมตามฟ้องโจทก์ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๕๒ และมาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ประกอบ มาตรา ๒๖๕ อันเป็นการกระทำกรรมเดียวแต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จึงให้ลงโทษตามมาตรา ๒๕๒ ซึ่งเป็นบทหนักตามอัตราโทษในอัตรา ๒๕๑ จำคุมีกำหนด ๓ ปี รวมกับโทษในความผิดฐานพยายามนำหญิงออกไปนอกประเทศเพื่อการรับจ้างให้เขาทำเมถุนกรรมตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์รวม จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๔ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3704/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายดำริหรือสุรพันธ์ ชมจินดา กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายดำริหรือสุรพันธ์ ชมจินดา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ประเสริฐ บุญศรี · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมภพ โชติกวณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2292/2526ฎีกา 5114/2531ฎีกา 5566/2531ฎีกา 2445/2534ฎีกา 6016/2533ฎีกา 954/2531ฎีกา 1248/2531ฎีกา 2071/2530ฎีกา 6018/2533ฎีกา 448/2532ฎีกา 2613/2532ฎีกา 3640/2531ฎีกา 763/2531ฎีกา 1164/2531ฎีกา 4914/2533ฎีกา 751-752/2532ฎีกา 135/2531ฎีกา 958/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา