⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 148/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ทราบคำสั่งศาลแล้ว แต่ไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสั่งคำฟ้องของโจทก์ในวันเดียวกับที่โจทก์ยื่นคำฟ้องว่า ให้โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้อง ถ้าส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 7 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้มิฉะนั้นให้ถือว่าทิ้งฟ้อง ทั้งในคำขอท้ายฟ้องแพ่งมีข้อความด้วยว่า โจทก์รอฟังคำสั่งอยู่ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว ดังนี้ ถือว่าโจทก์ทราบคำสั่งศาลดังกล่าวตั้งแต่วันยื่นคำฟ้องแล้ว ไม่จำเป็นที่ศาลต้องส่งคำสั่งศาลให้โจทก์ทราบอีก และไม่จำเป็นที่ศาลจะต้องแจ้งผลการส่งหมายให้โจทก์ทราบด้วย เมื่อโจทก์ไม่แถลงให้ศาลทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปภายในกำหนด 7 วันนับแต่วันส่งหมายไม่ได้ จึงถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ชำระค่าเสียหายศาลชั้นต้นมีคำสั่งกำหนดวิธีการส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลยในวันเดียวกับที่รับคำฟ้อง ต่อมาส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลยไม่ได้ โจทก์ไม่แถลงจนพ้นกำหนด 7 วันนับแต่วันส่งไม่ได้แล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องจำหน่ายคดีจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(2) บัญญัติเหตุแห่งการทิ้งฟ้องและศาลมีอำนาจจำหน่ายคดีไว้ว่า "โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้เพื่อการนั้น โดยได้ส่งคำสั่งให้แก่โจทก์โดยชอบแล้ว"ฉะนั้น เมื่อศาลชั้นต้นสั่งคำฟ้องของโจทก์ไว้แล้วว่า ให้โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้อง ถ้าส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 7 วันนับแต่วันส่งไม่ได้ มิฉะนั้นให้ถือว่าทิ้งฟ้อง โดยสั่งในวันเดียวกับที่โจทก์ยื่นคำฟ้อง และในคำขอท้ายคำฟ้องแพ่งมีข้อความด้วยว่า โจทก์รอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว ดังนี้ต้องถือว่า โจทก์ได้ทราบคำสั่งดังกล่าวของศาลในวันยื่นคำฟ้องแล้ว จึงไม่จำเป็นที่ศาลจะต้องส่งคำสั่งให้โจทก์ทราบอีก การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยเอง แต่โจทก์กระทำเพียงเสียค่าธรรมเนียมในการส่งหมายให้จำเลยเท่านั้นมิได้นำส่งเองจึงเป็นความผิดของโจทก์ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล และเมื่อโจทก์มิได้เป็นผู้นำส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องด้วยตนเอง โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องติดตามขวนขวายให้ได้ทราบผลการส่งหมายเอง ไม่จำเป็นที่ศาลจะต้องแจ้งผลการส่งหมายให้โจทก์ทราบอีก เมื่อโจทก์ไม่แถลงให้ศาลทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปภายในกำหนด 7 วันนับแต่วันส่งหมายไม่ได้ตามที่ศาลได้มีคำสั่งไว้ จึงถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2532 นาง วัลลีย์ นนทวานิช โจทก์ นาย ประจวบ โรจนพร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง วัลลีย์ นนทวานิช · จำเลย - นาย ประจวบ โรจนพร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4326/2540ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3914/2531ฎีกา 2245/2535ฎีกา 2018/2548ฎีกา 1874/2519ฎีกา 1337/2533ฎีกา 393/2536ฎีกา 12569/2547ฎีกา 8366/2557ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6472/2541ฎีกา 4762/2545ฎีกา 1574/2498ฎีกา 2627/2522ฎีกา 3474/2538ฎีกา 514/2499ฎีกา 581/2502ฎีกา 1644/2519ฎีกา 491/2523ฎีกา 923/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ