⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3617/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3617/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบไว้ได้ใหม่ แม้เคยยื่นคำร้องมาแล้วแต่ถูกยกไปโดยมิได้วินิจฉัยประเด็นแห่งคดีก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบไว้แก่ผู้ร้องครั้งหนึ่งแล้ว แต่ศาลฎีกาพิพากษายกคำร้องเพราะผู้ร้องบรรยายคำร้องว่ารถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องแต่ผู้เดียวจำเลยนำรถยนต์ของกลางไปใช้โดยผู้ร้องมิได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดเป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 โดยยังมิได้วินิจฉัยประเด็นแห่งคดีที่ว่ารถยนต์ของกลางเป็นสินสมรสของผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 หรือไม่สิทธิยื่นคำร้อง ของ ผู้ร้องจึงยังไม่ระงับไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ กับพวกในความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และสั่งริบรถยนต์ของกลางผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องแต่ผู้เดียวจำเลยนำรถยนต์ของกลางไปใช้โดยผู้ร้องมิได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของร่วมกับจำเลยในรถยนต์ของกลางและรู้เห็นเป็นใจด้วยในการที่จำเลยกระทำความผิด ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่ารถยนต์ของกลางเป็นสินสมรสของผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นสามีภริยากัน ผู้ร้องจะขอให้ศาลสั่งคืนไม่ได้ ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนส่วนกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลางครึ่งหนึ่งให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องและโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องบรรยายคำร้องว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องแต่ผู้เดียว จำเลยนำรถยนต์ของกลางไปใช้โดยผู้ร้องมิได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด เป็นคำร้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางอีกอ้างว่า รถยนต์ของกลางเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องแต่ผู้เดียว จำเลยที่ ๑ นำรถยนต์ของผู้ร้องไปขับ ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำร้องดังกล่าวศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาวินิจฉัยชี้ขาดถึงที่สุดแล้ว จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของผู้ร้องไว้ดำเนินการต่อไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำร้องของผู้ร้องลงวันที่ ๑๑ เมษายน๒๕๒๙ เป็นคำร้องที่บรรยายเนื้อความไว้ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ โดยศาลฎีกายังมิได้วินิจฉัยประเด็นแห่งคดีที่ว่า รถยนต์ของกลางเป็นสินสมรสของผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ ๑หรือไม่ สิทธิยื่นคำร้องของผู้ร้องจึงยังไม่ระงับไป พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3617/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางสุรีย์พร เกียรติธรรมรัช ผู้ร้อง นายสมเกียรติ เกียรติธรรมรัช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ผู้ร้อง - นางสุรีย์พร เกียรติธรรมรัช · จำเลย - นายสมเกียรติ เกียรติธรรมรัช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเสริฐ บุญศรี · สุทิน นนทแก้ว · พนม พ่วงภิญโญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายบุญรอด ตันประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายตัน เวทไว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1656/2512ฎีกา 3345/2535ฎีกา 651/2507ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1554/2521ฎีกา 1030/2509ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1124/2496ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1875/2547ฎีกา 531/2510ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1499/2531ฎีกา 6321/2544ฎีกา 239/2484ฎีกา 1592/2521ฎีกา 801/2503ฎีกา 3329/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา