คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของร่วมคนหนึ่งจะฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าทรัพย์สินอันเป็นกรรมสิทธิ์รวมนั้น จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของร่วมคนอื่น ๆ ด้วย.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์และบุตรโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกันในสิทธิการเช่าตึกพิพาทโดยโจทก์ให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือสิทธิดังกล่าวแทน ต่อมาได้มีการโอนเป็นชื่อของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนของ อ. เจ้าของร่วมอีกคนหนึ่ง ดังนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ดังกล่าว เพราะทั้งโจทก์และ อ. ต่างเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์สินพิพาท.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาจองตึกแถวพิพาทจากเจ้าของกรรมสิทธิ์และได้ให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็น หลานลงชื่อเป็นเจ้าของสิทธิการเช่าไว้แต่ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้โอนสิทธิการเช่าตึกแถวดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๒ เพื่อฉ้อฉลโจทก์ โดยจำเลยทั้งสองทราบดีว่าสิทธิการเช่าตึกแถวเป็นของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ลงในรายการจดทะเบียนถือสิทธิการเช่าตึกแถวดังกล่าว
จำเลยทั้งสองให้การว่า นางอุษา มารดาจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ชำระเงินค่าก่อสร้างตึกแถวพิพาท นางอุษา จะใส่ชื่อจำเลยที่ ๒ เป็นผู้เช่าแต่ขณะนั้นจำเลยที่ ๒ ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จึงตกลงให้จำเลยที่ ๑เป็นผู้ทำสัญญากับเจ้าของกรรมสิทธิ์ไปก่อนจนกว่าจำเลยที่ ๒ จะบรรลุนิติภาวะ ต่อมาจำเลยที่ ๑ โอนสิทธิการเช่าตึกแถวให้จำเลยที่ ๒เป็นผู้ทำสัญญาเช่ากับเจ้าของกรรมสิทธิ์ไปแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ และให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ลงในรายการจดทะเบียนสิทธิการเช่าตึกแถวดังกล่าว
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สิทธิการเช่าตึกพิพาทตามฟ้องโจทก์และบุตรของโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกัน โดยโจทก์ให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ถือสิทธิดังกล่าวแทนต่อมาได้มีการโอนเป็นชื่อจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นตัวแทนของนางอุษา เจ้าของร่วมอีกคนหนึ่ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าดังกล่าว เพราะทั้งโจทก์และนางอุษา ต่างเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์สินพิพาท
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2533
นางงื้อลั้ง แซ่ลิ้ม โจทก์
นายวีรเชษฐ์ เจตธำรงชัย กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางงื้อลั้ง แซ่ลิ้ม · จำเลย - นายวีรเชษฐ์ เจตธำรงชัย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มีพาศน์ โปตระนันทน์ · เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา