⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1397/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของร่วมคนหนึ่งจะฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าทรัพย์สินอันเป็นกรรมสิทธิ์รวมนั้น จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของร่วมคนอื่น ๆ ด้วย.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และบุตรโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกันในสิทธิการเช่าตึกพิพาทโดยโจทก์ให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือสิทธิดังกล่าวแทน ต่อมาได้มีการโอนเป็นชื่อของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนของ อ. เจ้าของร่วมอีกคนหนึ่ง ดังนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ดังกล่าว เพราะทั้งโจทก์และ อ. ต่างเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์สินพิพาท.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.544 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1358 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1360 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1361

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาจองตึกแถวพิพาทจากเจ้าของกรรมสิทธิ์และได้ให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็น หลานลงชื่อเป็นเจ้าของสิทธิการเช่าไว้แต่ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้โอนสิทธิการเช่าตึกแถวดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๒ เพื่อฉ้อฉลโจทก์ โดยจำเลยทั้งสองทราบดีว่าสิทธิการเช่าตึกแถวเป็นของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการจดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ลงในรายการจดทะเบียนถือสิทธิการเช่าตึกแถวดังกล่าว จำเลยทั้งสองให้การว่า นางอุษา มารดาจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ชำระเงินค่าก่อสร้างตึกแถวพิพาท นางอุษา จะใส่ชื่อจำเลยที่ ๒ เป็นผู้เช่าแต่ขณะนั้นจำเลยที่ ๒ ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จึงตกลงให้จำเลยที่ ๑เป็นผู้ทำสัญญากับเจ้าของกรรมสิทธิ์ไปก่อนจนกว่าจำเลยที่ ๒ จะบรรลุนิติภาวะ ต่อมาจำเลยที่ ๑ โอนสิทธิการเช่าตึกแถวให้จำเลยที่ ๒เป็นผู้ทำสัญญาเช่ากับเจ้าของกรรมสิทธิ์ไปแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ และให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ลงในรายการจดทะเบียนสิทธิการเช่าตึกแถวดังกล่าว จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สิทธิการเช่าตึกพิพาทตามฟ้องโจทก์และบุตรของโจทก์เป็นเจ้าของร่วมกัน โดยโจทก์ให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ถือสิทธิดังกล่าวแทนต่อมาได้มีการโอนเป็นชื่อจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นตัวแทนของนางอุษา เจ้าของร่วมอีกคนหนึ่ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าดังกล่าว เพราะทั้งโจทก์และนางอุษา ต่างเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์สินพิพาท พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2533 นางงื้อลั้ง แซ่ลิ้ม โจทก์ นายวีรเชษฐ์ เจตธำรงชัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางงื้อลั้ง แซ่ลิ้ม · จำเลย - นายวีรเชษฐ์ เจตธำรงชัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มีพาศน์ โปตระนันทน์ · เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 643/2497ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 5423/2553ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา