⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2362/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2362/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ถือว่าผู้ร้องเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นบุตรของผู้ร้องนำรถยนต์ของกลางไปใช้ในการบรรทุกไม้แปรรูปผิดกฎหมาย โดยผู้ร้องกับจำเลยพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน นอกจากนี้จำเลยเคยนำรถยนต์ของกลางไปใช้เป็นประจำดังนั้นที่ผู้ร้องกล่าวอ้างและนำสืบว่าจำเลยหลอกเอารถยนต์ของกลางไปจากนาย พ. ลูกจ้างของผู้ร้องในวันเกิดเหตุว่าผู้ร้องให้มาเอารถยนต์ของกลางไปธุระจึงไม่น่าเชื่อถือ ข้อเท็จจริงฟังว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73, 74, 74 ทวิ ให้จำคุกและปรับ พร้อมทั้งริบไม้กับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-4147 ร้อยเอ็ด ของกลาง ส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-4147 ร้อยเอ็ด ซึ่งผู้ร้องให้นายไพบูลย์ นามไพรลูกจ้างขับรถรับจ้าง วันเกิดเหตุจำเลยซึ่งเป็นบุตรของผู้ร้องหลอกเอารถยนต์คันดังกล่าวไปจากนายไพบูลย์โดยอ้างว่าผู้ร้องมีธุระจำเป็นต้องใช้รถยนต์ หลังจากได้รถยนต์แล้วจำเลยนำรถยนต์ไปใช้ในการกระทำความผิดคดีนี้โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงในรถยนต์ของกลาง หากผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้ร้องก็รู้เห็นเป็นใจด้วยในการที่จำเลยนำรถยนต์ของกลางไปใช้ในการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติในเบื้องต้นว่ารถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง จำเลยซึ่งเป็นบุตรของผู้ร้องนำรถยนต์ของกลางไปใช้ในการกระทำความผิดจนศาลสั่งริบรถยนต์ของกลาง ปัญหามีว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวผู้ร้องเบิกความรับว่าจำเลยพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับผู้ร้อง นอกจากนี้จำเลยเคยนำรถยนต์ของกลางไปใช้เป็นประจำ ดังนั้น ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างและนำสืบว่าจำเลยหลอกเอารถยนต์ของกลางไปจากนายไพบูลย์ในวันเกิดเหตุจึงไม่น่าเชื่อถือ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองที่ว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยในคดีนี้..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2362/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด ร้อยเอ็ด โจทก์ นาย บุญ ทัน กิติ ลาภ ผู้ร้อง นาย คม สันต์ กิติ ลาภ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ร้อยเอ็ด · ผู้ร้อง - นาย บุญ ทัน กิติ ลาภ · จำเลย - นาย คม สันต์ กิติ ลาภ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ