⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2389/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ให้เช่าซื้อยอมรับชำระค่าเช่าซื้อภายหลังที่ผู้เช่าซื้อผิดนัด ถือว่าผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้ถือเอากำหนดเวลาชำระหนี้เป็นสาระสำคัญแห่งสัญญา และไม่ประสงค์จะเลิกสัญญาเพราะเหตุผิดนัดนั้น

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องให้จำเลยเช่าซื้อรถพ่วงบรรทุก จำเลยชำระค่าเช่าซื้อเพียง 5 งวดแล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้ออีก แม้ตามสัญญาเช่าซื้อระบุว่า "ถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระงวดหนึ่งงวดใด หรือผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด... ให้ถือว่าเป็นการผิดนัดผิดสัญญา และยอมให้สัญญาเช่าซื้อนี้เป็นอันมีผลบังคับได้ทันที โดยมิต้องมีการบอกกล่าวล่วงหน้าก่อน" แต่เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 6 ผู้ร้องยังยอมรับเช็คซึ่งชำระค่าเช่าซื้อในงวดต่อมาโดยนำเช็คไปเบิกเงิน ผู้ร้องก็มิได้เลิกสัญญา หรือยึดรถพ่วงบรรทุกคืนแสดงว่า ผู้ร้องมิได้ถือเอากำหนดเวลาที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดตามสัญญาเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญของสัญญาและไม่ประสงค์จะเลิกสัญญาโดยอาศัยข้อสัญญาดังกล่าว นอกจากนี้ สัญญาเช่าซื้อข้อ 9 ยังระบุว่า"ในระหว่างที่ผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อยังไม่หมดและมีเหตุวิบัติทำให้ทรัพย์สินที่เช่าซื้อเป็นอันตรายหรือสูญหายโดยเหตุประการใด ๆแม้จะเป็นเหตุสุดวิสัยก็ตาม ผู้เช่าซื้อก็ตกลงยินยอมชำระค่าเช่าซื้อที่ยังค้างอยู่ทั้งหมดให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อจนครบถ้วนโดยพลัน"ดังนั้นเมื่อผู้ร้องไม่บอกเลิกสัญญาและไม่ติดตามรถพ่วงที่เช่าซื้อคืน จึงเป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่า ผู้ร้องมีเจตนาเพียงต้องการได้รับค่าเช่าซื้อเท่านั้น เมื่อจำเลยนำรถไปใช้กระทำผิดและถูกริบและมีผู้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ ผู้ร้องจึงมาขอรถของกลางคืน เป็นการขอคืนแทนผู้กระทำผิด ถือว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดไม่อาจขอคืนรถพ่วงของกลางได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงดทษจำเลยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2515ข้อ 56, 83 และให้ริบรถพ่วงบรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-8673สุพรรณบุรี ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนรถพ่วงบรรทุกแก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2530 นางปัญญาทิพย์ อัครสินวงษ์ ได้เช่าซื้อรถพ่วงบรรทุกของกลางจากผู้ร้องในราคา 240,000 บาท โดยมีนายวิสารช้างทองแดง เป็นผู้ค้ำประกัน นางปัญญาทิพย์ได้ชำระเงินในวันทำสัญญา24,000 บาท และจะต้องชำระส่วนที่เหลือ 216,000 บาท อีก 9 งวดงวดละ 24,000 บาท ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2530 ถึงเดือนมกราคม2531 นางปัญญาทิพย์ได้ชำระค่าเช่าซื้อด้วยเช็คลงวันที่ล่วงหน้าทั้ง 9 งวด แต่เช็คค่าเช่าซื้องวดที่ 6 ถึงวดที่ 9 ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ต่อมาวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531 จำเลยได้ขับรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-8672 สุพรรณบุรี ลากจูงรถพ่วงบรรทุกของกลางบรรทุกถ่านหินลิกไนต์เกินอัตราที่กำหนด ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและให้ริบรถพ่วงบรรทุกของกลาง มีปัญหาตามที่ผู้ร้องฎีกาว่า รถพ่วงบรรทุกของกลางเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องหรือไม่เห็นว่า ผู้ร้องมีนายสุรพล ชัยตระกูลทอง กรรมการของผู้ร้องเบิกความว่า รถพ่วงบรรทุกเป็นของผู้ร้องตามหนังสือแสดงการจดทะเบียนของสำนักงานขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี และผู้ร้องได้ในนางปัญญาทิพย์อัครสินวงษ์ เช่าซื้อไป ซึ่งโจทก์ไม่ได้สืบหักล้างเอกสารดังกล่าวจึงฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถพ่วงบรรทุกของกลาง ปัญหาที่ผู้ร้องฎีกาต่อไปมีว่าผู้ร้องมีส่วนรู้เห็นใจด้วยในการกระทำความผิดหรือไม่ ผู้ร้องมีนายสุรพร และนายโกเมศ สดใส พนักงานเอกสารซึ่งมีหน้าที่จัดทำสัญญาเช่าซื้อต่าง ๆ ของผู้ร้องเบิกความว่านางปัญญาทิพย์ อัครสินวงษ์ ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถพ่วงบรรทุกไปจากผู้ร้อง เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2530 นางปัญญาทิพย์ได้ชำระค่าเช่าซื้อให้ผู้ร้องเพียง 5 งวด แล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อให้ผู้ร้องอีกตึ้งแต่งวดที่ 6 ซึ่งถึงกำหนดชำระในวันที่ 9 ตุลาคม2530 เป็นต้นมา เพราะเช็คที่นางปัญญาทิพย์สั่งจ่ายไว้ล่วงหน้าของงวดที่ 6 ถึงงวดที่ 9 ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเอกสารร.5 หลังจากเช็คที่ชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 6 ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว ผู้ร้องได้ให้พนักงานของผู้ร้องติดตามนางปัญญาทิพย์เพื่อยึดรถพ่วงบรรทุกของกลางคืนแต่ไม่พบตัวนางปัญญาทิพย์และรถพ่วงบรรทุกแต่อย่างใด เห็นว่า แม้ตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 8 ระบุว่า "ถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระงวดหนึ่งวดใดหรือผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด... ให้ถือว่าเป็นการผิดนัด ผิดสัญญา และยอมหใ้สัญญาเช่าซื้อนี้เป็นอันมีผลบังคับทันที โดยมิต้องมีการบอกกล่าวล่วงหน้าก่อน" แต่เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 6แล้ว ผู้ร้องก็ยังยอมรับเช็คซึ่งชำระค่าเช่าซื้อในงวดต่อมาโดยนำเช็คไปเบิกเงินอีก และที่ผู้ร้องอ้างว่าได้ติดตามนางปัญญาทิพย์เพื่อยึดรถพ่วงบรรทุกคืนแต่ไม่พบตัวนางปัญญาทิพย์และรถพ่วงบรรทุกแต่อย่างใดนั้น นอกจากคำเบิกความลอย ๆ ของนายสุรพลแล้วผู้ร้องไม่มีหลักฐานอื่นมาแสดง จึงไม่น่าเชื่อว่าผู้ร้องได้ติดตามนางปัญญาทิพย์เพื่อยึดรถพ่วงบรรทุกคืน ดังนั้นการที่นางปัญญาทิพย์ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 6 ถึงงวดที่ 9 โดยผู้ร้องมิได้เลิกสัญญาหรือยึดรถพ่วงบรรทุกที่ให้เช่าซื้อคืน แสดงว่าผู้ร้องมิได้ถือเอากำหนดเวลาที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดตามสัญญาเช่าซื้อเป็นสาระสำคัญของสัญญาและไม่ประสงค์จะเลิกสัญญาโดยอาศัยข้อสัญญาดังกล่าว นอกจากนี้ในสัญญาเช่าซื้อข้อ 9 ยังได้ระบุว่า"ในระหว่างที่ผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อยังไม่หมดและมีเหตุวิบัติทำให้ทรัพย์สินที่เช่าซื้อเป็นอันตรายหรือสูญหาย โดยเหตุประการใด ๆแม้จะเป็นเหตุสุดวิสัยก็ตาม ผู้เช่าซื้อก็ตกลงยินยอมชำระค่าเช่าซื้อที่ยังค้างอยู่ทั้งหมดให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อจนครบถ้วนโดยพลัน"จึงเป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าผู้ร้องมีเจตนาเพียงต้องการจะได้รับค่าเช่าซื้อตามสัญญาเท่านั้น ผู้ร้องจึงเพิกเฉยไม่บอกเลิกสัญญาไม่ติดตามรถพ่วงบรรทุกที่เช่าซื้อคืน นับตั้งแต่วันที่ 9ตุลาคม 2530 จนถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยนำรถพ่วงบรรทุกไปใช้กระทำผิดและถูกริบ และนายวิสารผู้ค้ำประกันเป็นผู้แจ้งเรื่องรถพ่วงบรรทุกถูกริบให้ทราบผู้ร้องจึงมาขอรถพ่วงบรรทุกของกลางคืนเป็นการขอคืนแทนผู้กระทำความผิดถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ผู้ร้องไม่อาจที่จะขอคืนรถพ่วงบรรทุกของกลางได้..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด ตาก โจทก์ บริษัท รุ่งเจริญกลการมอเตอร์เซลส์ จำกัด ผู้ร้อง นาย เล็ก ประดับ แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ตาก · ผู้ร้อง - บริษัท รุ่งเจริญกลการมอเตอร์เซลส์ จำกัด · จำเลย - นาย เล็ก ประดับ แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ