⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4944/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4944/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเรื่องฟ้องซ้ำในคดีอาญา แม้จะใช้คำสั่งจำหน่ายคดี ก็มีผลเท่ากับการยกฟ้อง และโจทก์จะฟ้องคดีในข้อหาเดิมอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ในการวินิจฉัยปัญหาเรื่องฟ้องซ้ำของศาลชั้นต้นจะเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดในปัญหาข้อกฎหมายก่อนมีคำพิพากษา และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267ก็ตาม แต่ผลจากคำวินิจฉัยในเรื่องฟ้องซ้ำนั้นย่อมทำให้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาดังกล่าวอีกไม่ได้ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) แม้ศาลชั้นต้นจะใช้คำว่าจำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาดังกล่าวซึ่งไม่ถูกต้องก็ตาม ก็มีผลเท่ากับเป็นการยกฟ้องโจทก์ ดังนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายอาญา ม.267

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๐,๒๖๗, ๘๓, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้อง ในวันนัดสอบคำให้การจำเลยและนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗ เป็นฟ้องซ้ำกับข้อหาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๘๓๗/๒๕๒๕ ของศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดี ส่วนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๐ เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงสั่งงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีคงมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะที่เกี่ยวกับข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗ ตามฟ้องของโจทก์เท่านั้นในปัญหาข้อนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๗ คดีนี้ เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๘๓๗/๒๕๒๕ของศาลชั้นต้น ซึ่งถึงที่สุดไปแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในข้อหานี้ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔)และต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในปัญหาข้อนี้โดยเห็นว่าเป็นการฟ้องซ้ำเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น เห็นว่าแม้ในการวินิจฉัยปัญหาเรื่องฟ้องซ้ำดังกล่าวของศาลชั้นต้นเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดในปัญหาข้อกฎหมายก่อน มีคำพิพากษา และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๗ ก็ตาม แต่ผลจากคำวินิจฉัยในเรื่องฟ้องซ้ำนั้น ย่อมทำให้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาดังกล่าวอีกไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) แม้ศาลชั้นต้นจะใช้คำว่าจำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาดังกล่าวซึ่งไม่ถูกต้องก็ตาม ก็เท่ากับมีผลเป็นการยกฟ้องโจทก์นั่นเอง ดังนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษา โจทก์จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๑๗)พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๑๓ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4944/2533 นายวิวัฒน์หรือคล้อย สุขประเสริฐ โจทก์ นายกำพล วัชรพล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิวัฒน์หรือคล้อย สุขประเสริฐ · จำเลย - นายกำพล วัชรพล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนู วงศ์แสงจันทร์ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ชุม สุกแสงเปล่ง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1656/2512ฎีกา 3345/2535ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 3589/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 6321/2544ฎีกา 801/2503ฎีกา 3329/2550ฎีกา 4883/2541ฎีกา 1165/2537ฎีกา 581/2527ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 15230/2555ฎีกา 1184/2546ฎีกา 674/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา