⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4996/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4996/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ให้เช่าซื้อไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เช่าซื้อ หากผู้เช่าซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญาและทรัพย์สินนั้นถูกยึดโดยเจ้าหน้าที่รัฐเนื่องจากการกระทำความผิดของผู้เช่าซื้อ

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาเช่าซื้อกำหนดค่าเช่าซื้องวดแรกวันที่ 1 ตุลาคม 2531 แต่จำเลยนำรถยนต์ไปกระทำความผิดและถูกพนักงานสอบสวนยึดไว้ก่อนจะถึงกำหนดชำระค่าเช่าซื้องวด แรก แม้ผู้ร้องมีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและให้ผู้เช่าซื้อจัดการส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนหรือให้ชดใช้ราคา ทรัพย์สินที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยหลังจากครบกำหนดชำระค่าเช่าซื้องวดแรกแล้ว 3 เดือนเศษก็ตาม แต่ยังไม่มีพฤติการณ์ใดส่อว่าผู้ร้องปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปเพื่อช่วยเหลือผู้เช่าซื้อแต่อย่างใด เพราะผู้เช่าซื้ออยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนส่วนผู้ร้องอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ร้องย่อมไม่อาจทราบว่าจำเลยนำรถยนต์ของกลางไปใช้ในการกระทำความผิดฟังได้ว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจใน การกระทำความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามว่าร่วมกับพวกอีก ๓ คน ซึ่งยังจับกุมตัวไม่ได้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐,๘๓, ๙๑, ๒๘๘, ๒๘๙, ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔, ๑๕ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๖ และขอให้ริบรถยนต์ปิกอัพ ๑ คัน เสื้อม่อฮ่อม ๑ ตัว ไขควง ๑ ด้ามของกลาง ส่วนผ้าขนหนู ๑ ผืน และลูกกุญแจ ๒ ดอก คืนแก่เจ้าของศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสามตามฟ้องจำคุกจำเลยที่ ๑ กับที่ ๒คนละ ๑๕ ปี และจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๖ ปี ๘ เดือน และสั่ง ให้ริบรถยนต์ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลาง ผู้มิได้รู้ เห็นเป็นใจในการกระทำผิด ขอให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ของกลางและผู้ร้องมีส่วนร่วมรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๓๑นางคำป้อ คำใจ ภรรยาของจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ของกลางไปจากผู้ร้อง ชำระราคาในวันทำสัญญาบางส่วนที่เหลือผ่อนชำระอีก ๔๘ เดือน เริ่มแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๑ร้อยตำรวจโทอุทัย อาจหาญ ได้จับกุมจำเลยที่ ๑ กับพวกในข้อหาร่วมกันพยายามปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและใช้ยานพาหนะคือรถยนต์ที่ นางคำป้อ เช่าซื้อไปจากผู้ร้องในการกระทำความผิดพนักงานสอบสวนได้ยึดรถยนต์ดังกล่าวไว้เป็นของกลางด้วย ผู้ร้องไม่ได้ชำระราคาให้ผู้เช่าซื้อเลย ต่อมาวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๓๒ผู้ร้องได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและให้ผู้เช่าซื้อจัดการส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืน ศาลได้พิพากษาเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม๒๕๓๒ ว่าจำเลยที่ ๑ กับพวกมีความผิดและริบรถยนต์ของกลางผู้ร้อง ขอคืนรถยนต์ของกลางเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๓๒ และวินิจฉัยว่าตามสัญญาเช่าซื้อกำหนดค่าเช่าซื้องวดแรกวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๑แต่จำเลยที่ ๑ ได้นำรถยนต์ไปกระทำความผิดและถูกพนักงานสอบสวนยึดไว้ตั้งแต่ว้นที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๓๑ อันเป็นเวลาก่อนที่จะถึงกำหนดชำระค่าเช่าซื้องวดแรก ต่อมาวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๓๒ ผู้ร้องจึงได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและให้ผู้เช่าซื้อจัดการส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อคืนหรือให้ชดใช้ราคาทรัพย์สินเท่ากับราคาที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ย ถึงแม้จะเป็นเวลาหลังจากครบกำหนดชำระค่าเช่าซื้องวดแรกแล้ว ๓ เดือนเศษก็ตาม ยังไม่มีพฤติการณ์ใดส่อว่าผู้ร้องปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปเพื่อช่วยเหลือผู้เช่าซื้อแต่อย่างใด เพราะผู้เช่าซื้ออยู่ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนผู้ร้องอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ร้องย่อมไม่อาจทราบว่าจำเลยที่ ๑ได้นำรถยนต์ของกลางไปใช้ในการกระทำผิด พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมาฟังได้ว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลยที่ ๑ ด้วย ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยชอบด้วยรูปคดีแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4996/2533 พนักงานอัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน โจทก์ บริษัทนิยมพานิช จำกัด ผู้ร้อง นายสุรศักดิ์หรือเริง นาคมอญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน · ผู้ร้อง - บริษัทนิยมพานิช จำกัด · จำเลย - นายสุรศักดิ์หรือเริง นาคมอญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน - นายธีรวัฒน์ ไตรวารี · ศาลอุทธรณ์ - นายอร่าม หุตางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา