⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5453/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5453/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ร้องไม่ทราบว่าจำเลยจะกระทำผิดเมื่อใด และจำเลยยังผ่อนชำระราคาตามปกติ ย่อมไม่ถือว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย หรือมีเหตุเดือดร้อนที่จะติดตามทรัพย์สินคืน.

ย่อคำพิพากษา

ที่อยู่ของผู้ร้องอยู่ห่างจากที่อยู่ของจำเลยถึง 8 กิโลเมตรผู้ร้องย่อมไม่ทราบว่าจำเลยจะเอารถจักรยานยนต์ไปกระทำผิดเมื่อไรถือไม่ได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยส่วนการที่หากจำเลยหรือผู้ค้ำประกันยังผ่อนชำระราคาอยู่ตามปกติผู้ร้องจะไม่ร้องขอของกลางคืนจากศาลนั้นเห็นว่า เมื่อจำเลยยังไม่ได้ผิดสัญญาเช่าซื้อ ผู้ร้องย่อมไม่มีเหตุหรือความเดือดร้อนที่จะติดตามทรัพย์สินของตนคืนถือไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วย (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2534)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย และสั่งริบสิ่ว 1 อันกับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าหมายเลขทะเบียนเชียงใหม่ ร-8523 ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง จำเลยเช่าซื้อไปแต่ชำระค่าเช่าซื้อยังไม่ครบกรรมสิทธิ์ในรถยังเป็นของผู้ร้องอยู่ ผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลย ขอให้คืนรถแก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางที่แท้จริง และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการที่จำเลยนำรถของกลางไปใช้กระทำความผิด การยื่นคำร้องเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางจากผู้ร้องในราคา 34,256 บาท ตามสัญญาเอกสารหมายร.3 จำเลยชำระเงินในวันทำสัญญาแล้ว 10,000 บาท และจะต้องผ่อนชำระค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลืออีก 32 งวด งวดละเดือน จำเลยผ่อนชำระค่าเช่าซื้อไปได้ 4 งวด คืองวดเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม 2531รวมเป็นเงินที่ชำระแล้ว 13,032 บาท วันที่ 5 สิงหาคม 2531 จำเลยใช้รถจักรยานยนต์ของกลางดังกล่าวแล้วเป็นยานพาหนะในการกระทำผิดฐานพยายามลักทรัพย์เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยและริบรถจักรยานยนต์ของกลาง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2531 ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2531เป็นต้นมา จำเลยไม่ได้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ ผู้ร้องมายื่นคำร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2532 ตามสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางยังคงเป็นของผู้ร้องอยู่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า เมื่อปรากฏว่าที่อยู่ของผู้ร้องห่างกับที่อยู่ของจำเลยถึง 8 กิโลเมตร ผู้ร้องย่อมไม่ทราบว่าจำเลยจะเอารถจักรยานยนต์ไปกระทำผิดเมื่อไร ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ส่วนปัญหาที่ว่าหากจำเลยหรือผู้ค้ำประกันยังผ่อนชำระราคาอยู่ตามปกติ ผู้ร้องจะไม่ร้องขอของกลางคืนจากศาลนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยยังไม่ได้ผิดสัญญาเช่าซื้ออยู่ ผู้ร้องย่อมไม่มีเหตุหรือความเดือดร้อนที่จะติดตามทรัพย์สินของตนคืน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย พิพากษากลับ ให้คืนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า หมายเลขทะเบียน เชียงใหม่ ร-8523 ของกลางให้แก่ผู้ร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5453/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลิ้มเม่งจั้ว ผู้ร้อง นาย สุวิทย์ ใจ เที่ยง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ · ผู้ร้อง - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ลิ้มเม่งจั้ว · จำเลย - นาย สุวิทย์ ใจ เที่ยง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · จรัส อุดมวรชาติ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา