⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 179/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ร้องไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญา แม้จำเลยจะนำรถไปกระทำผิด ก็ไม่อาจถือว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลย และต้องคืนรถของกลางแก่ผู้ร้อง.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องกับจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่คนละอำเภอต่างจังหวัดกัน ผู้ร้องย่อมไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยเอารถจักรยานยนต์ของกลาง ไปกระทำผิดเมื่อใด และที่พยานผู้ร้องเบิกความว่า หากจำเลยนำ ค่าเช่าซื้อมาชำระก็จะรับและให้เช่าซื้อต่อไปก็เป็นเรื่องที่ ผู้ร้องไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาแม้จำเลยจะนำรถไปกระทำความผิด เท่านั้นกรณีไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด ของจำเลย ต้องคืนรถของกลางแก่ผู้ร้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยฐานลักทรัพย์และริบรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กาญจนบุรี ฉ - 9742ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องจำเลยเป็นผู้เช่าซื้อ ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้คืนรถจักรยานยนต์แก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางที่แท้จริงและผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการที่จำเลยนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปใช้กระทำความผิด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้น มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนรถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียนกาญจนบุรี ฉ - 9742 ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ทางไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฏาคม 2532 จำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางไปจากผู้ร้องในราคา 47,120 บาท ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญา8,000 บาท ที่เหลือจำเลยต้องผ่อนชำระอีก 30 งวด งวดละเดือนตามสัญญาเอกสารหมาย ร.4 จำเลยยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบ โดยชำระได้เพียง 4 งวด แล้วไม่ชำระอีกเลย ต่อมาวันที่ 10 ธันวาคม 2532จำเลยใช้รถจักรยานยนต์ของกลางดังกล่าวเป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ วันที่ 31 มกราคม 2533ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยและริบรถจักรยานยนต์ของกลางครั้นวันที่ 6 มีนาคม 2533 ผู้ร้องก็มายื่นคำร้องคดีนี้ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว เห็นว่าตามสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางยังคงเป็นของผู้ร้องอยู่ คงมีปัญหาว่าผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลยหรือไม่ ได้ความว่าผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี คนละอำเภอต่างจังหวัดกัน ผู้ร้องย่อมไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยจะเอารถจักรยานยนต์ของกลางไปกระทำผิดเมื่อใดถือไม่ได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยในข้อที่โจทก์ฎีกาว่าพยานผู้ร้องเบิกความว่า หากจำเลยนำค่าเช่าซื้อมาชำระก็จะรับและให้เช่าซื้อต่อไป แสดงว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ แม้จำเลยจะนำรถไปกระทำความผิดนั้น ก็เป็นเรื่องผู้ร้องไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาเท่านั้น ไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด ราชบุรี โจทก์ บริษัท โล้วเฮงหมง มอเตอร์ จำกัด ผู้ร้อง นาย ไช รอดอิ่ ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ราชบุรี · ผู้ร้อง - บริษัท โล้วเฮงหมง มอเตอร์ จำกัด · จำเลย - นาย ไช รอดอิ่ ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สังเวียน รัตนมุง · ประมาณ ชันซื่อ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ