⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3270/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3270/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติวิธีดำเนินการกับผู้กระทำผิดไว้แล้ว ศาลจะนำบทบัญญัติของกฎหมายทั่วไปมาใช้บังคับไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกระทำผิดพระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. 2533มาตรา 17 มีอายุไม่เกิน 17 ปี และไม่ปรากฏว่าเป็นผู้ติดสารระเหยในกรณีเช่นนี้พระราชกำหนดดังกล่าว มาตรา 26(1) ให้ศาลมีอำนาจว่ากล่าวตักเตือนจำเลยแล้วปล่อยตัวไป และถ้าศาลเห็นสมควรจะเรียกบิดามารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลที่จำเลยอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้ต้องถือว่าพระราชกำหนดดังกล่าวบัญญัติวิธีที่จะให้ศาลดำเนินการกับจำเลยไว้โดยเฉพาะแล้ว ศาลจึงนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17,74,75มาใช้บังคับ โดยพิพากษาให้ส่งตัวไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.17 ประมวลกฎหมายอาญา ม.74 ประมวลกฎหมายอาญา ม.75 พระราชกฤษฎีกาป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ.2533 ม.17 พระราชกฤษฎีกาป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ.2533 ม.26

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหยพ.ศ. 2533 มาตรา 3, 17, 24 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยอายุไม่เกินสิบเจ็ดปี จึงไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ส่งตัวไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17, 74, 75ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่าไม่ส่งตัวจำเลยไปสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก แต่ให้ศาลชั้นต้นเรียกจำเลยและบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือบุคคลที่จำเลยอาศัยอยู่คนใดคนหนึ่งมาว่ากล่าวตักเตือนแล้วปล่อยจำเลยไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลจะนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17, 74, 75 มาใช้บังคับโดยพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กมีกำหนด 1 ปี ดังคำพิพากษาของศาลชั้นต้นได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยซึ่งกระทำความผิดตามพระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหยพ.ศ. 2533 มาตรา 17 มีอายุไม่เกิน 17 ปี และไม่ปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้ติดสารระเหย ในกรณีเช่นนี้พระราชกำหนดดังกล่าว มาตรา 26(1)บัญญัติว่า ให้ศาลมีอำนาจดำเนินการคือ ให้ว่ากล่าวตักเตือนจำเลยแล้วปล่อยตัวไปและถ้าศาลเห็นสมควรจะเรียกบิดามารดา ผู้ปกครองหรือบุคคลที่จำเลยอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้ ดังนี้ ต้องถือว่าพระราชกำหนดดังกล่าว ได้บัญญัติวิธีที่จะให้ศาลดำเนินการกับจำเลยไว้โดยเฉพาะแล้ว ศาลจึงนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17, 74, 75มาใช้บังคับ โดยพิพากษาให้ส่งตัวจำเลยไปฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก มีกำหนด 1 ปี ดังคำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3270/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด เพชรบูรณ์ โจทก์ นาย สุพจน์ อ่อน โอน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เพชรบูรณ์ · จำเลย - นาย สุพจน์ อ่อน โอน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรชัย สมรรถเวช · ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4942/2554ฎีกา 1620/2544ฎีกา 7665/2543ฎีกา 664/2506ฎีกา 2920/2554ฎีกา 996/2536ฎีกา 4984/2541ฎีกา 4049/2536ฎีกา 3604/2533ฎีกา 595/2551ฎีกา 257/2499ฎีกา 2642/2528ฎีกา 166/2508ฎีกา 212/2511ฎีกา 94/2538ฎีกา 1266/2481ฎีกา 6558/2547ฎีกา 1403/2508ฎีกา 660/2554ฎีกา 1133/2509ฎีกา 1506/2519ฎีกา 7562/2540ฎีกา 753/2486ฎีกา 1602-1603/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา