⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3388/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3388/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นิติบุคคลไม่ได้บอกเลิกสัญญาแม้ลูกหนี้ผิดนัดหลายงวด ไม่ถือว่านิติบุคคลนั้นรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของลูกหนี้ หากนิติบุคคลนั้นไม่ทราบว่าลูกหนี้จะนำทรัพย์สินที่เช่าซื้อไปกระทำผิดเมื่อใด

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ไม่ได้ความว่ากรรมการของผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ ณ ที่เกิดเหตุ หรือมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาของจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกของกลางของผู้ร้องไป ผู้ร้องย่อมไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยจะเอารถยนต์บรรทุกของกลางไปกระทำผิดเมื่อใดแม้จำเลยจะผิดนัดผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อหลายงวด และผู้ร้องไม่บอกเลิกสัญญาก็ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสิบสามในความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและมีคำสั่งริบของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ 2 คัน คันแรกหมายเลขทะเบียน 80-6055 เพชรบูรณ์ และคันที่สองหมายเลขทะเบียน80-2695 สุโขทัย ของกลางที่ศาลสั่งริบ ผู้ร้องไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ศาลมีคำสั่งคืนรถยนต์ทั้งสองคันให้แก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า คดียังไม่ถึงที่สุด ผู้ร้องยังไม่มีสิทธิร้องขอคืนของกลางผู้ร้องไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ทั้งสองคันและมีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการที่จำเลยทั้งสิบสามกระทำความผิดในคดีนี้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ทางไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ผู้ร้องได้มอบอำนาจให้นายประสิทธิ์วุฒิศิริศาสตร์ ดำเนินคดีแทน เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2529 จำเลยที่ 7 ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-6055เพชรบูรณ์ ของกลางไปจากผู้ร้องในราคา 957,960 บาท ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญา 135,000 บาท ที่เหลือผ่อนชำระอีก 36 งวด งวดละเดือนตามสัญญาเอกสารหมาย ร.4 ส่วนจำเลยที่ 11 ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-2695 สุโขทัย ของกลางไปจากผู้ร้องเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2529 ในราคา 958,600 บาท ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญา 100,000 บาท ที่เหลือผ่อนชำระ 36 งวด งวดละเดือนตามสัญญาเอกสารหมาย ร.5 หลังจากทำสัญญาจำเลยที่ 7 ชำระค่าเช่าซื้อให้เพียง 386,460 บาท ส่วนจำเลยที่ 11 ชำระค่าเช่าซื้อให้เพียง267,700 บาท หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้อีกเลย ต่อมาวันที่ 10 เมษายน 2530 เจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมพบไม้สักแปรรูปและที่มิได้แปรรูปผิดกฎหมายอยู่บนรถยนต์บรรทุก 13 คันรวมทั้งรถยนต์ 2 คัน ดังกล่าวด้วย เหตุเกิดในบริเวณรั้วโรงสีกิจรุ่งเรืองซึ่งตั้งอยู่ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตากเจ้าพนักงานตำรวจได้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองรวมทั้งบุคคลอื่นซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสิบสามและริบรถยนต์บรรทุกของกลางปรากฏตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1917/2531 ของศาลชั้นต้น ครั้นวันที่18 มกราคม 2532 ผู้ร้องก็มายื่นคำร้องคดีนี้เห็นว่า ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกของกลางทั้งสองคันเป็นของผู้ร้อง คงมีปัญหาว่าผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลยหรือไม่ได้ความว่าผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก มีกรรมการดำเนินการ 5 คน โดยกรรมการสองคนลงนามและประทับตราสำคัญบริษัทมีอำนาจกระทำการแทนบริษัทผู้ร้องได้ปรากฏตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย ร.1 ไม่ได้ความว่ากรรมการของบริษัทผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ ณ ที่เกิดเหตุกรณีนี้ซึ่งอยู่ ตำบลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หรือมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์หรือสุโขทัย ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 7 และที่ 11 ตามลำดับซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกของกลางผู้ร้องย่อมไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยจะเอารถยนต์ของกลางไปกระทำผิดเมื่อใดแม้จำเลยทั้งสองจะผิดนัดผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อหลายงวดและผู้ร้องไม่บอกเลิกสัญญาก็ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดของจำเลยเพราะเป็นเรื่องที่ผู้ร้องไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาเท่านั้น ไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1917/2531 ของศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาผู้ร้องฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อคันหมายเลขทะเบียน80-6055 เพชรบูรณ์ และคันหมายเลขทะเบียน 80-2695 สุโขทัย รวม2 คันของกลางแก่ผู้ร้อง.==can not write=== ...พิเคราะห์แล้ว โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นเลยว่าจำเลยเคยมีอาวุธปืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3388/2535 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด แม่สอด โจทก์ บริษัท วุฒิ กิจ มอเตอร์ จำกัด ผู้ร้อง นาย คเชนทร์ ศรีอินทร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด แม่สอด · ผู้ร้อง - บริษัท วุฒิ กิจ มอเตอร์ จำกัด · จำเลย - นาย คเชนทร์ ศรีอินทร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมาน เวทวินิจ · ปรีชา ธนานันท์ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ