⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2994/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2994/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พนักงานสอบสวนจะมีอำนาจสอบสวนหรือไม่ ต้องพิจารณาตามข้อบังคับว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจที่กำหนดไว้ในกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษา

การที่จะพิจารณาว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่จะต้องพิจารณาข้อบังคับทั้งหลายซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจประกอบด้วย ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16เมื่อตามระเบียบกรมตำรวจและประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดหน่วยงานและเขตอำนาจการรับผิดชอบฯของหน่วยราชการในกรมตำรวจ ระบุไว้ในข้อ 7ว่า กองกำกับการ 7 มีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาญาต่าง ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ฯลฯทั่วราชอาณาจักรซึ่งเป็นข้อบังคับว่าด้วยอำนาจ และ หน้าที่ของตำรา ดังนั้น พนักงานสอบสวน ในกองกำกับการ 7 กองปราบปรามจึงมีอำนาจสอบสวนคดี ความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งเหตุเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.16 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.18

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์อันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 ชนิดผงอัดก้อนจำนวน 4 ก้อน และชนิดผงบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก 4 ถุงน้ำหนักรวม 2,285.6 กรัมคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 1,785 กรัมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เหตุเกิดที่ตำบลป่าตันอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8,15, 66, 67, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2528 มาตรา 4 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2(พ.ศ. 2522) เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ลงวันที่17 กันยายน 2522 ข้อ 1(1) ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง,66 วรรคสอง ให้ประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาไม่มีเหตุบรรเทาโทษจึงไม่ลดโทษให้ ริบเฮโรอีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(1)ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาข้อแรกว่าพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้เพราะจำเลยมีภูมิลำเนาและถูกจับกุมในท้องที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าการที่จะพิจารณาว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่ จะต้องพิจารณาข้อบังคับทั้งหลายซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจประกอบด้วยดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16คดีนี้โจทก์มีร้อยตำรวจเอกศรกฤษณ์ แก้วผลึก พนักงานสอบสวนมาเบิกความว่า พยานรับราชการตำแหน่งรองสารวัตรแผนก 3กองกำกับการ 7 กองปราบปราม มีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษทั่วราชอาณาจักร ตามระเบียบกรมตำรวจและประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดหน่วยงาน และเขตอำนาจการรับผิดชอบฯ ของหน่วยราชการในกรมตำรวจ ตามเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งระบุไว้ในข้อ 7 ว่ากองกำกับการ 7 มีอำนาจหน้าที่สืบสวน สอบสวนคดีอาญาต่าง ๆตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ฯลฯ ทั่วราชอาณาจักรซึ่งเป็นข้อบังคับว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ ของตำรวจ ดังนั้นร้อยตำรวจเอกศรกฤษณ์ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในกองกำกับการ 7กองปราบปราม จึงมีอำนาจสอบสวนคดีนี้ โจทก์มีอำนาจฟ้องฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2994/2536 อัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย เงา ฉ่ายหรือเง่าฉ่าย สินเ กา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย เงา ฉ่ายหรือเง่าฉ่าย สินเ กา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 300/2501ฎีกา 649-650/2486ฎีกา 1915/2529ฎีกา 9239/2547ฎีกา 13537/2553ฎีกา 1093/2482ฎีกา 1401/2519ฎีกา 236/2518ฎีกา 1754-1755/2523ฎีกา 1103-1104/2496ฎีกา 825/2486ฎีกา 286-287/2491ฎีกา 4591/2553ฎีกา 1272-1273/2494ฎีกา 5982/2550ฎีกา 1742/2520ฎีกา 471/2488ฎีกา 3687/2531ฎีกา 1340/2492ฎีกา 4770/2529ฎีกา 2803/2554ฎีกา 2670/2535ฎีกา 1010/2508ฎีกา 105/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา