⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3473/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3473/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยกระทำผิดในขณะที่สามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้

ย่อคำพิพากษา

ก่อนกระทำผิดจำเลยเคยให้นายแพทย์ น. ตรวจร่างกาย 2 ครั้งผลการตรวจปรากฏว่าจำเลยเป็นโรคประสาทหลอนและปวดศีรษะด้านซ้ายมือมีอาการสับสน ถ้ามีการดื่มสุรามากหรือเกิดความเครียดมากอาจไม่รู้สึกตัวประมาณ 12-13 ชั่วโมง ในคืนเกิดเหตุจำเลยดื่มสุราแล้วจำเลยได้ใช้มีดงัดสายยูประตูเข้าไปลักทรัพย์แล้วนำทรัพย์กลับไปบ้านจำเลยชั้นสอบสวนจำเลยให้การได้ละเอียดในการที่จำเลยเข้าไปทำการลักทรัพย์ทั้งสามารถนำชี้ที่เกิดเหตุถึงสิ่งที่จำเลยได้กระทำแล้วแสดงให้เห็นว่าจำเลยยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง พฤติการณ์ฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดในขณะที่สามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.65 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335,357, 358, 360 ทวิ, 364, 365, 90 และขอให้ริบอาวุธมีดของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(3)(8) วรรคสาม, 358, 362, 365(3) การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปีคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ริบอาวุธมีดของกลาง ส่วนที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 360 ทวิ นั้นเห็นว่ารูปเรื่องในคดีนี้ไม่เกี่ยวกับมาตราดังกล่าว ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยมีอาการเครียดทางประสาทอย่างมาก ทำให้ขาดความรู้สึกผิดชอบไปชั่วขณะ จำเลยไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา65 วรรคแรก พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบอาวุธมีดของกลางที่ใช้ในการกระทำผิด โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยได้ใช้มีดงัดสายยูประตูห้องที่เกิดเหตุเข้าไปลักทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้าย เอกสารหมาย จ.1และก่อนกระทำผิดจำเลยให้ศาสตราจารย์นายแพทย์นราทร ธรรมบุตรตรวจร่างกาย 2 ครั้ง เนื่องจากจำเลยปวดศีรษะ สับสนและนอนไม่หลับผลการตรวจปรากฏว่าจำเลยเป็นโรคประสาทหลอนและปวดศีรษะด้านซ้ายมีอาการสับสน ถ้ามีการดื่มสุรามากหรือเกิดความเครียดมากอาจจะไม่รู้สึกตัวประมาณ 12-13 ชั่วโมง ในคืนเกิดเหตุจำเลยได้ดื่มสุราแล้วจำเลยไปลักทรัพย์ดังกล่าวนำไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าที่บ้านพักจำเลย วันรุ่งขึ้นผู้บังคับบัญชาจำเลยสอบถามเรื่องคนร้ายลักทรัพย์จำเลยรับสารภาพและคืนของกลางทั้งหมด ชั้นสอบสวนจำเลยรับสารภาพตามเอกสารหมาย จ.10 และจำเลยได้นำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพด้วย พิเคราะห์แล้ว ตามฎีกาโจทก์ที่ว่า จำเลยดื่มสุราเข้าไปจะทำให้เกิดอาการประสาทหลอน จำเลยงัดสายยูประตูเข้าไปลักทรัพย์ไปเก็บไว้ที่บ้านตนได้ การกระทำของจำเลยแสดงว่ายังมีความรู้สึกผิดชอบอยู่บ้างขณะกระทำผิด หาใช่กระทำลงขณะไม่สามารถรู้สึกผิดชอบดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่นั้น เห็นว่า จำเลยได้ใช้มีดงัดสายยูประตูเข้าไปลักทรัพย์ แล้วนำทรัพย์กลับไปบ้านจำเลย และในชั้นสอบสวนจำเลยให้การได้ละเอียดในการที่จำเลยเข้าไปทำการลักทรัพย์ ทั้งสามารถนำชี้ที่เกิดเหตุถึงสิ่งที่จำเลยได้กระทำมาแล้ว แสดงให้เห็นว่าจำเลยยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง ถ้าจำเลยไม่สามารถรู้ผิดชอบคงจะไม่อาจให้รายละเอียดในการกระทำของจำเลยได้ พฤติการณ์ในคดีรับฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดในขณะที่สามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้างศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษามานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(3)(8) วรรคสาม, 358, 362, 365(3) ประกอบด้วยมาตรา 65 วรรคสอง เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 335(1)(3)(8) วรรคสาม อันเป็นบทหนักให้จำคุก1 ปี จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อนและปฏิบัติหน้าที่จนเกิดความเครียด ให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3473/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด ลำปาง โจทก์ จ่าสิบตำรวจ รังสรรค์ มหาธีรานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ลำปาง · จำเลย - จ่าสิบตำรวจ รังสรรค์ มหาธีรานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · ประยูร มูลศาสตร์ · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 1331/2479ฎีกา 3461/2535ฎีกา 268/2468ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1908/2528ฎีกา 1567/2535ฎีกา 682/2469ฎีกา 2597/2516ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 1368/2509ฎีกา 444/2537ฎีกา 3245/2545ฎีกา 1957/2515ฎีกา 18654/2555ฎีกา 3388/2526ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2845/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 7562/2556ฎีกา 2151/2529ฎีกา 730/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ