⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 182/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 182/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่ถูกใช้เป็นของกลางในการกระทำความผิด ไม่มีสิทธิขอคืนของกลางได้ หากการที่ตนเองปล่อยให้ผู้เช่าซื้อนำรถยนต์ไปใช้กระทำความผิดนั้น เป็นการกระทำไปเพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 นำรถยนต์ของกลางไปกระทำความผิดมาครั้งหนึ่งแล้วซึ่งผู้ร้องเคยติดต่อขอรถยนต์ของกลางคืนจากพนักงานสอบสวน แสดงว่าผู้ร้องทราบเรื่องแล้ว แต่หาได้บอกเลิกสัญญาและติดตามยึดรถยนต์ของกลางคืนทันทีไม่กลับปล่อยให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับรถยนต์ของกลางกลับไปครอบครองใช้สอยและรับเงินค่าเช่าซื้อจากจำเลยที่ 1ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้นำรถยนต์ของกลางมา กระทำความผิดคดีนี้อีกซึ่งความข้อนี้อาจเป็นเพราะว่าตามสัญญาเช่าซื้อมีกำหนดให้จำเลยที่ 1ต้องรับผิดต่อผู้ร้องในทุกกรณีอยู่แล้วนั่นเอง ผู้ร้องจึงมิได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยที่ 1 พฤติการณ์แสดงว่าแม้จำเลยที่ 1 จะนำรถยนต์ของกลางไปใช้กระทำความผิดผู้ร้องก็ไม่ประสงค์จะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อการที่ผู้ร้องมาร้องขอคืนของกลาง จึงเป็นการกระทำไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ไม่มีอำนาจที่จะร้องขอคืนของกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ และสั่งริบรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนผ-6532 เชียงใหม่และไม้ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลาง ได้ให้จำเลยที่ 1 เช่าซื้อไป โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ขอให้สั่งคืนรถยนต์แก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางและรู้เห็นกับจำเลยทั้งสองในการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2533 จำเลยที่ 1ได้เช่าซื้อรถยนต์ของกลางไปจากผู้ร้อง ปรากฏตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย ร.1 ปัญหาว่าผู้ร้องมีอำนาจร้องขอคืนรถยนต์ของกลางหรือไม่เห็นว่า ตามสัญญาเช่าซื้อ นอกจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อจะต้องไม่นำรถยนต์ของกลางไปใช้ในทางที่ขัดต่อกฎหมายแล้วยังมีข้อความทำนองให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดเกี่ยวกับการที่รถยนต์ของกลางต้องสูญหายหรือเสียหายไปในทุกกรณีอีกด้วย แต่ก็ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2533 จำเลยที่ 1 ได้นำรถยนต์ของกลางไปกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2675/2533ของศาลจังหวัดเชียงใหม่มาครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งในคดีนั้นผู้ร้องก็เคยติดต่อขอรถยนต์ของกลางคืนจากพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏตามเอกสารหมาย ร.6 แสดงว่าผู้ร้องได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ผู้ร้องก็หาได้บอกเลิกสัญญาและติดตามยึดรถยนต์ของกลางคืนทันทีไม่ กลับปล่อยให้จำเลยที่ 1เป็นผู้รับรถยนต์ของกลางกลับไปครอบครองใช้สอยและรับเงินค่าเช่าซื้อจากจำเลยที่ 1 ต่อมาจนกระทั่งจำเลยที่ 1 ได้นำรถยนต์ของกลางมา กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ ในคดีนี้อีก ซึ่งความข้อนี้อาจเป็นเพราะว่าตามสัญญาเช่าซื้อมีข้อกำหนดให้จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อผู้ร้องในทุกกรณีอยู่แล้วนั่นเอง ผู้ร้องจึงมิได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยที่ 1 และไม่จำต้องถือปฏิบัติตามสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยที่ 1 โดยเคร่งครัดแต่อย่างใด พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าแม้จำเลยที่ 1 จะนำรถยนต์ของกลางไปใช้ในการกระทำความผิด ผู้ร้องก็ไม่ประสงค์จะบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ การที่ผู้ร้องมาร้องขอคืนของกลางในลักษณะเช่นนี้ จึงเป็นการกระทำไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเท่ากับเป็นการกระทำแทนจำเลยที่ 1นั่นเอง การกระทำของผู้ร้องจึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต แม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางก็ไม่มีอำนาจที่จะร้องขอคืนของกลาง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 182/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ โจทก์ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ศรีธ นา จำกัด ผู้ร้อง นาง ปทุมมา วิเศษวงษา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ · ผู้ร้อง - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ศรีธ นา จำกัด · จำเลย - นาง ปทุมมา วิเศษวงษา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สะสม สิริเจริญสุข · กู้เกียรติ สุนทรบุระ · ชัยนาท พันตาวงศ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ