คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6451/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเช่าอสังหาริมทรัพย์มีกำหนดเวลาเกินกว่า 3 ปี หากมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นจะสมบูรณ์เพียง 3 ปีเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทรวม 2 แปลง จากจำเลยมีกำหนด 30 ปีสัญญาเช่าทำเป็นหนังสือกันเองรวม 10 ฉบับ มีกำหนดเวลาเช่าฉบับละ3 ปีติดต่อกัน โดยมิได้จดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีข้อตกลงกันว่าจำเลยจะไปจดทะเบียนการเช่าให้โจทก์ ภายหลังที่จำเลยจัดสรรที่ดินให้เช่าหมดแล้ว ดังนี้ การเช่าที่ดินตามฟ้องมีระยะเวลาเช่าเกินกว่า 3 ปี เมื่อยังมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์จะฟ้องบังคับให้จำเลยจดทะเบียนการเช่าที่ดินมีกำหนดเวลา 30 ปีไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนการเช่าให้โจทก์มีกำหนด 30 ปี นับแต่วันที่ 15 กันยายน 2530 หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทรวม 2 แปลงจากจำเลยกำหนดเวลาเช่ากัน 30 ปีนับตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2530 สัญญาเช่าได้ทำเป็นหนังสือกันเองรวม 10 ฉบับ มีกำหนดเวลาเช่าฉบับละ 3 ปี ติดต่อกัน โดยมิได้จดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสัญญาเช่าที่ดินท้ายฟ้อง โจทก์เช่าที่ดินมาเป็นเวลา 4 ปีเศษ แล้วมาฟ้องคดีนี้ปัญหาวินิจฉัยมีว่า สัญญาเช่าที่ดินท้ายฟ้องมีผลบังคับกันได้เพียงใดโดยโจทก์ฎีกาว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินมีกำหนดเวลาเช่ากัน30 ปี มีข้อตกลงกันว่าจำเลยจะไปจดทะเบียนการเช่าให้โจทก์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายหลังจากที่จำเลยจัดสรรที่ดินให้เช่าหมดแล้วต่อมาจำเลยไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ เห็นว่า แม้หากจะฟังข้อเท็จจริงได้ว่า จำเลยเคยตกลงจะไปจดทะเบียนการเช่าที่ดินให้โจทก์ในภายหลังตามที่โจทก์ฎีกาก็ตาม แต่สัญญาเช่าที่ดินตามที่โจทก์ฟ้องมีระยะเวลาการเช่าเกินกว่า 3 ปี เมื่อยังมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์จะฟ้องบังคับให้จำเลยจดทะเบียนการเช่าที่ดินมีกำหนดเวลา 30 ปีไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าโจทก์จะบังคับไม่ประสงค์จะจดทะเบียนการเช่าที่ดินมาแต่ต้นโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนการเช่าที่ดินนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6451/2538
นางสาว ซุ่ยเคงหรือเอมอร แซ่คูหรือบุญวัฒนเมธา โจทก์
บริษัท หนอง ใหญ่ ค้า ไม้ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาว ซุ่ยเคงหรือเอมอร แซ่คูหรือบุญวัฒนเมธา · จำเลย - บริษัท หนอง ใหญ่ ค้า ไม้ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จเร อำนวยวัฒนา · อรุณ น้าประเสริฐ · อรรถนิติ ดิษฐ์อำนาจ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ