คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 173/2539
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เช่าซื้อผ่อนชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนก่อนศาลสั่งริบทรัพย์สิน ผู้เช่าซื้อย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น และหากผู้เช่าซื้อและผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ก็มีสิทธิขอคืนทรัพย์สินนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
ขณะจำเลยใช้รถยนต์ของกลางกระทำความผิด ผู้ร้องเป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์ของกลาง แต่เมื่อผู้ร้องได้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อครบก่อนที่ศาลจะสั่งริบผู้ร้องจึงได้กรรมสิทธิ์ ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลาง และเมื่อผู้ร้องและผู้ให้เช่าซื้อมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ก็ต้องคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · ผู้ร้อง - นายสุชิน จงสมกิจ · จำเลย - นายสุพจน์ กิตติโภคิรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมพล สัตยาอภิธาน · ไพศาล รางชางกูร · อร่าม หุตางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - หม่อมหลวงฤทธิเทพ เทวกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล คุปต์กาญจนกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา