⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 218/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่ผู้จะขายยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินไม่เป็นโมฆะ หากผู้จะซื้อไม่รู้ถึงวัตถุประสงค์อันเป็นผลสุดท้ายที่ผู้จะขายต้องการ เมื่อผู้จะซื้อทราบว่าผู้จะขายไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินได้เนื่องจากติดข้อกฎหมาย การที่ผู้จะซื้อไม่ชำระเงินงวดต่อไปไม่ถือเป็นการผิดนัด และหากต่อมาทั้งสองฝ่ายตกลงเลิกสัญญาโดยปริยาย ผู้จะซื้อมีสิทธิเรียกเงินที่ชำระไปแล้วคืนพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

ย่อคำพิพากษา

ขณะทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาท จำเลยผู้จะขายแต่ฝ่ายเดียวรู้ถึงการกระทำของตนว่ายังไม่ได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินอันเป็นการฝ่าฝืนหรือต้องห้ามตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 เรื่องควบคุมการจัดสรรที่ดินข้อ 10 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดทำการจัดสรรที่ดิน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการโดยโจทก์ผู้จะซื้อมิได้ร่วมรู้ในวัตถุประสงค์ซึ่งเป็นประโยชน์อันเป็นผลสุดท้ายที่ทั้งสองฝ่ายต้องการ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของสัญญาจะซื้อจะขายตามฟ้องจึงหาได้ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายไม่ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทย่อมไม่เป็นโมฆะ เมื่อโจทก์รู้ถึงข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยจัดสรรที่ดินโดยมิได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินอันเป็นการต้องห้ามตามกฎหมายซึ่งในขณะนั้นจำเลยอยู่ในฐานะที่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทตามสัญญาจะซื้อจะขายให้แก่โจทก์ได้ย่อมถือได้ว่าเป็นพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นโดยโจทก์ไม่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้น การที่โจทก์ไม่ยอมชำระเงินตามสัญญาจะซื้อจะขายงวดต่อ ๆ มา จึงหาได้ชื่อว่าเป็นผู้ผิดนัดตามป.พ.พ.มาตรา 205 ไม่ จำเลยจะบอกเลิกสัญญาโดยอาศัยเหตุดังกล่าวหาได้ไม่แต่ต่อมาการที่โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาและทวงเงินที่ได้ชำระไว้แล้วคืน จำเลยก็มิได้โต้แย้งแสดงความประสงค์ให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายต่อไป กลับบอกปัดชัดแจ้งว่าได้บอกเลิกสัญญาต่อโจทก์แล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์และจำเลยได้ตกลงเลิกสัญญากันโดยปริยาย โจทก์และจำเลยต้องกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมตาม ป.พ.พ.มาตรา 391 วรรคหนึ่ง โจทก์จึงมีสิทธิเรียกให้จำเลยคืนเงินที่ได้ชำระไปแล้ว พร้อมดอกเบี้ย เมื่อเป็นกรณีที่มิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง จึงให้ใช้อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตาม ป.พ.พ.มาตรา391 วรรคสอง และมาตรา 7

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ม.10 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.205 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิสูตร์ โกกระกูล กับพวก · จำเลย - บริษัทวิมเบอร์ลี่ฮิล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบัติ เดียวอิศเรศ · สุนพ กีรติยุติ · จำลอง สุขศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเทียม ศรีประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย หมวดเมือง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1394/2549ฎีกา 1042/2531ฎีกา 3796/2540ฎีกา 7022/2552ฎีกา 1471/2542ฎีกา 5465-5466/2555ฎีกา 770/2486ฎีกา 2821/2522ฎีกา 560/2553ฎีกา 170/2546ฎีกา 4015/2528ฎีกา 3414/2541ฎีกา 2409/2551ฎีกา 7200/2540ฎีกา 933/2560ฎีกา 961/2566ฎีกา 8732/2549ฎีกา 4332/2536ฎีกา 4873/2528ฎีกา 5434/2536ฎีกา 8021/2549ฎีกา 615/2531ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 7633/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา