คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6408/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องขอคืนของกลางโดยมีเจตนาเพื่อประโยชน์แก่จำเลยผู้กระทำความผิด ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งคืนของกลาง.
ย่อคำพิพากษา
การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรถจักรยานยนต์ของกลางคืน โดยไม่ได้ประสงค์จะได้รับรถจักรยานยนต์ของกลางคืนไปเป็นของผู้ร้อง แต่เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่จำเลยซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งคืนของกลางให้แก่ผู้ร้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336, 336 ทวิ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยและสั่งริบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน สงขลา ว-0226 ของกลาง
ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้สั่งคืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง
โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ของกลางและผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโนวาร์อาร์ หมายเลขทะเบียน สงขลา ว-0226ของกลาง จำเลยได้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางจากผู้ร้องเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2536ในราคา 47,200 บาท ชำระในวันทำสัญญา 10,000 บาท ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเดือนละ1,550 บาท ทุกวันที่ 2 ของเดือน รวม 24 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2536 ถึงวันที่2 กรกฎาคม 2538 ต่อมาวันที่ 9 กรกฎาคม 2538 จำเลยได้ใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ในคดีนี้ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องและสั่งริบรถจักรยานยนต์ของกลาง คดีถึงที่สุด คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางหรือไม่... จำเลยนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปใช้ในการกระทำความผิดภายหลังจากครบกำหนดชำระค่าเช่าซื้องวดสุดท้ายไปแล้ว และไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ร้องได้เลิกสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยและเรียกรถจักรยานยนต์ของกลางคืน กรณีกลับปรากฏตามคำเบิกความของนายสามารถพยานผู้ร้องว่าผู้ร้องมีหนังสือทวงหนี้ไปยังจำเลยแสดงว่าผู้ร้องหาได้มีเจตนาที่จะระงับความผูกพันตามสัญญาเช่าซื้อเพื่อเรียกทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อคืนจากจำเลยไม่ และที่ผู้ร้องนำสืบว่าได้ไปติดต่อกับพนักงานสอบสวนเพื่อขอรถจักรยานยนต์ของกลางคืนก็มิได้นำพนักงานสอบสวนมาสืบประกอบ พฤติการณ์ตามคำร้องและทางนำสืบของผู้ร้องเห็นได้ว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรถจักรยานยนต์ของกลางคืนผู้ร้องหาได้ประสงค์จะได้รับรถจักรยานยนต์ของกลางคืนไปเป็นของผู้ร้องไม่ แต่เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์แก่จำเลยซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์เท่านั้น จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งคืนของกลางให้แก่ผู้ร้อง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6408/2540
พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด อนันต์มอเตอร์ ผู้ร้อง
นาย จรัญ ปุรุษราษฎร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · ผู้ร้อง - ห้างหุ้นส่วนจำกัด อนันต์มอเตอร์ · จำเลย - นาย จรัญ ปุรุษราษฎร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ · อุดม มั่งมีดี · อรุณ น้าประเสริฐ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ