⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2575/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2575/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยต้องขังในคดีหนึ่งซ้ำซ้อนกับคดีอื่น และต่อมาศาลพิพากษายกฟ้องในคดีที่ถูกนับโทษต่อ ต้องถือว่าจำเลยต้องขังในคดีแรกตลอดมา และให้หักวันต้องขังที่ซ้ำซ้อนนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยต้องขังคดีนี้นับแต่วันที่ 22 มีนาคม 2539 แม้คำพิพากษาคดีนี้จะให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาก่อน แต่เมื่อระหว่างพิจารณาจำเลยต้องขังคดีนี้ซ้ำซ้อนกับ คดีอาญาก่อน และต่อมาศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องคดีอาญา ในคดีก่อน ต้องถือว่าจำเลยต้องขังคดีนี้ตลอดมาตั้งแต่ต้นจึงต้องหักวันต้องขังระหว่างอุทธรณ์ฎีกาที่ซ้ำซ้อนให้จำเลยด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 89 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 76 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 10 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปีให้บวกโทษจำคุก1 ปี ที่รอไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 1516/2538 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษในคดีนี้รวมจำคุก 6 ปี และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกในคดีหมายเลขแดงที่ 4726/2539 ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่าคดีหมายเลขแดงที่ 4726/2539 ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงขอให้ศาลชั้นต้นนับโทษคดีนี้ใหม่ โดยให้นับตั้งแต่วันที่จำเลยกระทำความผิดเป็นต้นไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยถูกจำคุกในคดีหมายเลขแดงที่ 4726/2539 ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากมีคำพิพากษาในคดีนี้ จึงไม่อาจนับวันต้องขังในคดีดังกล่าวมาหักออกจากโทษจำคุกในคดีนี้ได้ แต่ให้แก้ไขหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดใหม่โดยให้เริ่มนับโทษจำคุกตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2541 ซึ่งเป็นวันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีหมายเลขแดงที่ 4726/2539 ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ให้คู่ความฟัง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยถูกจับและต้องขังมาตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2539 แม้ระหว่างพิจารณาจำเลยจะต้องคำพิพากษาในคดีอื่นให้จำคุก แต่ในที่สุดศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายกฟ้อง การที่ศาลชั้นต้นไม่หักวันต้องขังซ้ำซ้อนระหว่างพิจารณาคดีอื่นให้จำเลยเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยต้องขังคดีนี้นับตั้งแต่วันที่ 22มีนาคม 2539 แม้คำพิพากษาคดีนี้จะให้นับโทษจำเลย ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4726/2539 ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรีก็ตามแต่เมื่อระหว่างพิจารณาจำเลยต้องขังคดีนี้ซ้ำซ้อนกับคดีหมายเลขแดงที่ 4726/2539 ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี และต่อมาศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง จึงต้องถือว่าจำเลยต้องขังคดีนี้ตลอดมาตั้งแต่ต้นที่ศาลล่างทั้งสองไม่หักวันต้องขังระหว่างอุทธรณ์ฎีกาที่ซ้ำซ้อนให้จำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับว่า ให้ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2539 เป็นต้นไป เมื่อครบกำหนดโทษที่แจ้งในหมาย ให้ปล่อยตัวจำเลยไปทันที ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2575/2542 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นายประยงค์ อนุวาล์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี · จำเลย - นายประยงค์ อนุวาล์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เหล็ก ไทรวิจิตร · พันธาวุธ ปาณิกบุตร · กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4333/2560ฎีกา 529/2484ฎีกา 5387/2547ฎีกา 88/2520ฎีกา 7238/2553ฎีกา 336/2557ฎีกา 709/2491ฎีกา 1141/2515ฎีกา 3790/2527ฎีกา 1929/2567ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 2590/2524ฎีกา 127/2533ฎีกา 4411/2536ฎีกา 3475/2550ฎีกา 4620-4621/2543ฎีกา 757/2521ฎีกา 19246/2555ฎีกา 5749/2544ฎีกา 1282/2531ฎีกา 1518/2565ฎีกา 1408/2516ฎีกา 3518-3522/2530ฎีกา 2229/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ