⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7562/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7562/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ร่วมกระทำการชิงทรัพย์รายเดียวกัน จะต้องรับโทษหนักขึ้นตาม ป.อ. มาตรา 340 ตรี ก็ต่อเมื่อผู้นั้นมีหรือใช้อาวุธปืนเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ป.อ.มาตรา 340 ตรี มุ่งหมายที่จะลงโทษให้หนักขึ้นเฉพาะผู้ที่มีหรือใช้อาวุธปืนเท่านั้น มิใช่ว่าผู้ที่ร่วมกระทำการชิงทรัพย์รายเดียวกันจะต้องระวางโทษหนักขึ้นทุกคน เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ได้มีหรือใช้อาวุธปืนด้วย จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 340 ตรี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 339, 340 ตรี, 371, 83 พ.ร.บ. อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบของกลาง เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 อีกกึ่งหนึ่ง นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีเดิม ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 18,500 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย และนอกจากนี้ ขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอื่นด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษตามฟ้อง และจำเลยทั้งสองยอมรับว่าเป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม กระทงหนึ่ง จำคุกคนละ 1 ปี ตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ป.อ. มาตรา 371 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนักตาม ป.อ. มาตรา 90 เป็นกระทงที่สองจำคุกคนละ 6 เดือน และมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสาม 340 ตรี เป็นกระทงที่สามจำคุกคนละ 21 ปี เฉพาะในข้อหานี้ โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้รับการล้างมลทินในความผิดที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกแล้ว เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ไม่ได้ จึงไม่เพิ่มให้ ยกคำขอส่วนนี้ รวมจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 22 ปี 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 15 ปี นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีเดิม ริบของกลาง ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 18,500 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี, 83 จำคุก 18 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 จำคุก 12 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตาม ป.อ. มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนด 12 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 8 ปี รวมทุกกระทงแล้วให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 13 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จากคำเบิกความของผู้เสียหายเห็นได้ชัดเจนว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ชักอาวุธปืนออกมาจี้ผู้เสียหาย ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ล็อกคอผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 ไม่ได้ใช้อาวุธปืนแต่อย่างใด ป.อ. มาตรา 340 ตรี มุ่งหมายที่จะลงโทษให้หนักขึ้นเฉพาะผู้ที่มีหรือใช้อาวุธปืนเท่านั้น มิใช่ว่าผู้ที่ร่วมกระทำการชิงทรัพย์รายเดียวกันจะต้องระวางโทษหนักขึ้นทุกคน เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ได้มีหรือใช้อาวุธปืนด้วย จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 340 ตรี พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7562/2542 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายวีระพงษ์หรือวีระยุทธ กะลัมพะนันท์หรือวงศ์เทพ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายวีระพงษ์หรือวีระยุทธ กะลัมพะนันท์หรือวงศ์เทพ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชนะ ภาสกานนท์ · จรัญ หัตถกรรม · สุวัตร์ สุขเกษม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายณัฐวัสส์ บัณฑิตอาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอรุณ พิชญาพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 3144/2527ฎีกา 6320/2533ฎีกา 2530/2527ฎีกา 368/2468ฎีกา 5999/2544ฎีกา 213/2554ฎีกา 3294/2527ฎีกา 2457/2530ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 1985/2531ฎีกา 600/2544ฎีกา 3779/2536ฎีกา 515/2481ฎีกา 8192/2553ฎีกา 3380/2531ฎีกา 3227/2543ฎีกา 2674/2532ฎีกา 4268/2552ฎีกา 851/2487ฎีกา 1595/2532ฎีกา 1280/2513ฎีกา 4066/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา