⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5857/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5857/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ปกครองที่รู้เห็นเป็นใจ หรือละเลยไม่ใส่ใจดูแลบุตรจนเป็นเหตุให้บุตรนำทรัพย์สินไปกระทำผิด ถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปขับแข่ง แสดงให้เห็นว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์เป็นและขับเก่ง การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นมารดาไม่ทราบว่าจำเลยขับเก่งแสดงว่าไม่สนใจดูแลเอาใจใส่จำเลยซึ่งเป็นบุตรเท่าที่ควรและไม่ปรากฏว่าผู้ร้องใส่กุญแจลิ้นชักที่วางกุญแจรถจักรยานยนต์ไว้ให้ดีเป็นเหตุให้จำเลยนำรถจักรยานยนต์ไปขับได้โดยง่ายเช่นนี้ ถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลยแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานขับรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ร่วมกันแข่งรถจักรยานยนต์ในทางเดินสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้รถไม่จัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยขับรถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ และนำรถซึ่งมีอุปกรณ์ไม่ครบมาใช้ในทาง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทุกกระทงรวมจำคุก2 เดือน และปรับ 14,750 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปีและริบรถจักรยานยนต์ของกลางหมายเลขทะเบียน ธลฉ 507 กรุงเทพมหานครคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นมารดาของจำเลยและเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดขอให้สั่งคืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ของกลาง หากเป็นเจ้าของก็รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วฟังว่า ของกลางเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง แต่ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "ผู้ร้องเบิกความว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์เป็นแต่ขับไม่เก่ง ผู้ร้องไม่เคยสั่งห้ามจำเลยไม่ให้ใช้รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุ ในวันเกิดเหตุผู้ร้องกับสามีขับรถยนต์เก๋งออกไปทำธุระ กุญแจรถจักรยานยนต์ซ่อนไว้ในลิ้นชัก ส่วนรถจักรยานยนต์จอดในบ้าน จำเลยถือวิสาสะเอากุญแจรถจักรยานยนต์มาขับรถจักรยานยนต์ไปเห็นว่า การที่จำเลยนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปขับแข่ง แสดงว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์เป็นและขับเก่ง การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นมารดาไม่ทราบว่าจำเลยขับเก่ง แสดงว่าไม่สนใจดูแลเอาใจใส่จำเลยซึ่งเป็นบุตรเท่าที่ควรและไม่ปรากฏว่าผู้ร้องใส่กุญแจลิ้นชักที่วางกุญแจรถจักรยานยนต์ไว้ให้ดีทำให้จำเลยนำไปขับรถจักรยานยนต์ได้โดยง่ายเช่นนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5857/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาว สมจิตต์ พิมสวน ผู้ร้อง นาย กิตติพงษ์ แซ่เฮงหรือแซ่เอ้งหรือแซ่เฮ้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · ผู้ร้อง - นางสาว สมจิตต์ พิมสวน · จำเลย - นาย กิตติพงษ์ แซ่เฮงหรือแซ่เอ้งหรือแซ่เฮ้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ ตรีสุวรรณ · สมพล สัตยาอภิธาน · ชวลิต ธรรมฤาชุ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ