คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6463/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ถูกศาลสั่งริบโดยที่ตนมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด จะต้องยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินนั้นต่อศาลภายใน 1 ปี นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด มิฉะนั้นจะหมดสิทธิในการขอคืน แม้จะอ้างว่าไม่ทราบกฎหมายหรือเพิ่งทราบผลคำพิพากษาภายหลังกำหนดเวลาก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ริบรถยนต์ของกลางไปแล้วก็ชอบที่ผู้ร้องซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของแท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยจะต้องยื่นคำเสนอขอคืนต่อศาลภายใน 1 ปี นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ตาม ป.อ.มาตรา 36 ผู้ร้องมายื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางต่อศาลชั้นต้นภายหลังวันคำพิพากษาถึงที่สุดเกิน 1 ปี ย่อมต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวแม้ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลย ทั้งเพิ่งทราบผลคำพิพากษาเมื่อพ้น 1 ปี ก็ตาม ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางได้
ป.อ.มาตรา 36 ได้บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าการขอคืนของกลางที่ศาลสั่งให้ริบจะต้องกระทำภายใน 1 ปี นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด บทกฎหมายดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลใช้บังคับแล้วจึงต้องถือว่าทุกคนรู้ บุคคลใดรวมทั้งผู้ร้องจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสงขลา · ผู้ร้อง - นายหวน แย้มสุวรรณ · จำเลย - นายเกียรติศักดิ์ หนูอุไร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประชา ประสงค์จรรยา · วินัย วิมลเศรษฐ · สุรพล เจียมจูไร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงสงขลา - นายชูศักดิ์ ติวราภรณ์ศานต์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ - นายดิเรก อิงคนินันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา