⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8973/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8973/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาคดีละเมิดอำนาจศาล ให้ถือว่าคดีไม่มีประโยชน์ที่จะดำเนินต่อไป และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ย่อคำพิพากษา

ขณะคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลในการพิจารณาคดีอาญา ผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตาย กรณีถือได้ว่าเป็นเรื่องความมรณะของผู้ถูกกล่าวหา ยังให้คดีไม่มีประโยชน์ต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (3) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความศาลฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.33 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายอาญา ม.38

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจาก ผู้กล่าวหาทั้งสองซึ่งเป็นบิดาและมารดาของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๖๘๕/๒๕๔๒ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้ว ได้ยื่นคำร้องต่อผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรีกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาว่า เมื่อประมาณเดือนตุลาคม ๒๕๔๑ ผู้ถูกกล่าวหาได้เรียกเงินจากผู้กล่าวหาทั้งสองจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อการช่วยเหลือจำเลย ผู้กล่าวหาทั้งสองหลงเชื่อได้มอบเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา ต่อมาศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๕ ปี ซึ่งเป็นการลงโทษตามปกติ ผู้กล่าวหาทั้งสองได้ขอเงินคืนแต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมคืนให้ ผู้กล่าวหาทั้งสองจึงยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว วินิจฉัยว่า เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐ (๑) และ ๓๓ ได้ความว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้บรรเทาผลร้ายโดยการชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ผู้กล่าวหาทั้งสอง ซึ่งผู้กล่าวหาทั้งสองไม่ติดใจดำเนินคดีแก่ผู้ถูกกล่าวหา ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหามีกำหนด ๓ เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ประกันของผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องว่า ผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๔๔ ด้วยสาเหตุหัวใจล้มเหลว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ผู้ประกันของผู้ถูกกล่าวหามีสำเนามรณบัตรเอกสารหมาย ร. ๑ และรายงานประจำวันเอกสารหมาย ร. ๔ เป็นพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตายจริง เมื่อผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตาย กรณีถือได้ว่าเป็นเรื่องความมรณะของผู้ถูกกล่าวหายังให้คดีไม่มีประโยชน์ต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๒ (๓) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ จึงให้จำหน่ายคดีจากสารบบความศาลฎีกา. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8973/2543 นายวิชัย ชาติทอง กับพวก ผู้กล่าวหา นายสมชายหรือจ่าสมชาย โซ๊ะมาน ผู้ถูกกล่าวหา

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้กล่าวหา - นายวิชัย ชาติทอง กับพวก · ผู้ถูกกล่าวหา - นายสมชายหรือจ่าสมชาย โซ๊ะมาน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · สุรพล เจียมจูไร · วิษณุ เลื่อมสำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายสุริยนต์ โสตถิทัต · ศาลอุทธรณ์ - นางจิระวรรณ ศิริบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6025/2538ฎีกา 99/2541ฎีกา 1656/2512ฎีกา 3345/2535ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 7988/2551ฎีกา 8366/2557ฎีกา 2186/2550ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1499/2531ฎีกา 6321/2544ฎีกา 801/2503ฎีกา 3329/2550ฎีกา 581/2502ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1687/2497ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 15230/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา