⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1133/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างไม่ควบคุมดูแลลูกจ้างให้ปฏิบัติงานตามกฎหมาย ถือว่านายจ้างรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของลูกจ้าง และไม่อาจขอคืนทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกของกลางให้ผู้ร้อง การที่ผู้ร้องไม่ควบคุมดูแลโดยใกล้ชิดมิให้จำเลยบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ย่อมฟังได้ว่าเป็นการรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องไม่อาจขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยและสั่งริบรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80 - 8263 ระยอง ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางคันดังกล่าวและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางและผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องอ้างว่ารถยนต์บรรทุกของกลางนั้นได้ให้จำเลยเช่า และจำเลยได้นำรถยนต์บรรทุกของกลางไปรับจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดถาวรวิศวโยธา บรรทุกดิน หิน ทราย จนถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเป็นคดีนี้ แต่กลับปรากฏจากคำเบิกความตอบคำถามค้านของตัวจำเลยเองว่า จำเลยได้ให้การรับสารภาพว่ารถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80 - 8263 ระยอง เป็นของผู้ร้องจำเลยเป็นลูกจ้างผู้ร้อง มีรายได้เดือนละประมาณ 5,000 บาท ซึ่งคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเช่นนี้เป็นการให้การในทันทีภายหลังจากที่ถูกจับกุม ยังไม่มีเวลาคิดทบทวนหาเหตุผลเพื่อมาสนับสนุนผู้ร้องในการร้องขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางย่อมมีน้ำหนักรับฟังได้แม้จำเลยจะได้เบิกความตอบคำถามติงไว้ว่าจำเลยได้ทักท้วงพนักงานสอบสวนที่ระบุในคำให้การว่าจำเลยเป็นลูกจ้างผู้ร้อง คำเบิกความดังกล่าวก็ไม่น่าเชื่อเพราะไม่มีเหตุอันใดที่จำเลยจะไปทักท้วงพนักงานสอบสวนในสิ่งที่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความรับผิดในทางอาญาของตน ส่วนหลักฐานอื่น ๆที่ผู้ร้องนำมาสืบไม่ว่าจะเป็นสัญญาเช่า สัญญาจ้างรถร่วมและบันทึกข้อตกลง ก็เป็นเอกสารที่อยู่ในความรับรู้ของผู้ร้อง และผู้ร้องสามารถจัดทำขึ้นมาเมื่อใดก็ได้ ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่า จำเลยเป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกของกลางให้ผู้ร้อง ดังนั้น การที่ผู้ร้องไม่ควบคุมดูแลโดยใกล้ชิดมิให้จำเลยบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ย่อมฟังได้ว่าเป็นการรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2544 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี โจทก์ นาง กำไล รัตนโชติ ผู้ร้อง นาย สามารถ วิไลแสง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี · ผู้ร้อง - นาง กำไล รัตนโชติ · จำเลย - นาย สามารถ วิไลแสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ ตรีสุวรรณ · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · จำรูญ แสนภักดี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ