⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5785/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5785/2544

ป.อาญา ม.59, 62, 83 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.243, 247

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ให้ครบถ้วนทุกประเด็น หากมีประเด็นใดที่มิได้วินิจฉัย ถือว่าการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 นำกุญแจเปลี่ยนใส่ห้องพิพาทแทนกุญแจของโจทก์และเข้าไปขนย้ายทรัพย์สินในห้องพิพาทเป็นการกระทำโดยขาดเจตนาจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการร่วมกันบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 362, 365 (2) ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเพียงว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 362 เท่านั้น โดยมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานร่วมกันบุกรุกตามมาตรา 365 (2) ด้วยหรือไม่ โดยไม่ปรากฏเหตุผล การที่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ ซึ่งเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่ชอบด้วย มาตรา 186 (6) ประกอบด้วยมาตรา 215 ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวโดยไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1) และมาตรา 247 ประกอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 15

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.62 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ (๒), ๓๓๔ (๗), ๓๓๖ ทวิ, ๑๕๗, ๙๑, ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ ในข้อหาฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ (๒) ส่วนข้อหาอื่นและจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ไม่มีมูล ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๒ ให้ลงโทษปรับ ๒,๐๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ (๒) ด้วย หรือไม่นั้น คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๑ นำกุญแจเปลี่ยนใส่ห้องพิพาทแทนกุญแจของโจทก์และเข้าไปขนย้ายทรัพย์สินในห้องพิพาทเป็นการกระทำโดยขาดเจตนา จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นการร่วมกันบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ (๒) ขอให้ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามฟ้อง แต่ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเพียงว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ เท่านั้น โดยมิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นความผิดฐานร่วมกันบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ (๒) ด้วยหรือไม่ โดยไม่ปรากฏเหตุผล การที่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าว ซึ่งเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย คำพิพากษาของ ศาลอุทธรณ์ดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๖ (๖) ประกอบด้วยมาตรา ๒๑๕ ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวโดยไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๓ (๑) และมาตรา ๒๔๗ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ โดยเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่า การที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจท้องที่เกิดเหตุไปที่ห้องพิพาทนั้น เป็นเพียงการไปเป็นพยานรู้เห็นในการขนย้ายทรัพย์สินของโจทก์ไปฝากเก็บไว้ที่สถานที่ตำรวจท้องที่ อันเป็นการใช้ดุลพินิจโดยสุจริตในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนโดยสำคัญผิดคิดว่ามีอำนาจที่จะกระทำได้ ถือไม่ได้ว่ามีเจตนากระทำความผิดฐานบุกรุกโดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ (๒) ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ (๒) นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5785/2544 นางอมรา ภาณุเจริญกุล โจทก์ นางสาวลักษณ์ อภิรักษ์ธนากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอมรา ภาณุเจริญกุล · จำเลย - นางสาวลักษณ์ อภิรักษ์ธนากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดลจรัส รัตนโศภิต · พันธาวุธ ปาณิกบุตร · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นางอารยา วิชิตชลชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายสันติ งามสันติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2137/2547ฎีกา 1862-1863/2512ฎีกา 5840/2544ฎีกา 959/2531ฎีกา 356/2530ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 2581/2548ฎีกา 21848/2555ฎีกา 4107/2563ฎีกา 99/2541ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1000/2505ฎีกา 917/2564ฎีกา 6355/2544ฎีกา 605/2511ฎีกา 8735/2542ฎีกา 6911/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา